เมื่อวันที่ 15 พ.ค. เว็บไซต์ นิวยอร์กไทมส์ รายงานพิเศษเจาะลึกชีวิตชาวจีนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในถ้ำขนาดมหึมาเท่ากับประมาณ 4 สนามอเมริกันฟุตบอล ในมณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะพิทักษ์บ้านในถ้ำแห่งสุดท้ายของประเทศจีน

BRYAN DENTON / NYTIMES

เด็กๆซักผ้าหลังจากกลับมาจากโรงเรียนประจำในช่วงสุดสัปดาห์ /BRYAN DENTON /NYTIMES
ถ้ำหินปูนสแห่งนี้มีชื่อว่า ถ้ำจ่ง เคยเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดากองโจรติดอาวุธ ชาติพันธุ์เมี้ยว โดยถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในหนึ่งในพื้นที่ที่ยากจนที่สุดของประเทศจีน จนกระทั่ง 20 ปี ก่อนหน้านี้ ถ้ำแห่งนี้เริ่มมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น ประกอบชาวบ้านหากินโดยใช้อุตสาหกรรมในครัวเรือนเพื่อหาเงินประทังชีวิต

BRYAN DENTON /NYTIMES
ทางรัฐบาลท้องถิ่นต้องการให้ชาวบ้านที่อยู่ในถ้ำแห่งนี้ย้ายออกไปยังบ้านไร่ที่อยู่ใกล้กับบริเวณถ้ำ โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานท่องเที่ยวแม่น้ำเก๋อตู่ บอกว่าผู้อยู่อาศัย ไม่ได้ดูแลถ้ำ แม้แต่น้อยจนกระทั่งมีสภาพที่คนไม่สามารถอยู่ได้ ดังนั้นรัฐบาลควรที่จะเข้ามาดูแลคนเหล่านี้ และปกป้องคนเหล่านี้
พร้อมกันนี้ทางการยังเสนอเงินจำนวน 6,000 หยวน หรือประมาณกว่า 30,000 บาทเพื่อให้คนเหล่านี้ย้ายออก แต่มีเพียงแค่ 5 ครัวเรือนเท่านั้นที่ยอม และยังเหลืออีก 18 ครัวเรือน

BRYAN DENTON
สำหรับคนที่ย้ายออกนอกจากจะได้เงินแล้ว หลายคนที่ย้ายออกไปบ่นว่า คนเฒ่าคนแก่จากถ้ำนี้ที่ย้ายออกไปรู้สึกแปลกแยก เพราะบางคนพูดภาษาจีนกลางได้เล็กน้อยเท่านั้น หรือพูดไม่ได้เลย นอกจากนี้พวกคนที่ย้ายออกไปต้องพึ่งพิงตนเองด้วยการปลูกพืชผักสวนครัวในแปลงขนาดย่อม และคุณภาพของบ้านที่เจ้าหน้าที่จัดให้ไม่ได้ดีเลิศมากนัก

BRYAN DENTON /NYTIMES
นายหวัง ฉีกั๋ว หัวหน้าชุมชนชาวถ้ำ และเป็นผู้เริ่มกิจการโฮสเทลในถ้ำนี้ระบุว่า ชาวบ้านในถ้ำควรจะเป็นคนจัดการการท่องเที่ยวเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับถ้ำคือ ผู้อยู่อาศัยที่นี่

BRYAN DENTON /NYTIMES
อย่างไรก็ตามพื้นที่นี้ รัฐบาลไม่ต่อสายไฟเข้ามาให้คนในพื้นที่ จนนายแฟรงก์ เบ็ดดอร์ นักธุรกิจร่ำรวยจากสหรัฐผู้ล่วงลับเป็นผู้หยิบยื่นไฟฟ้าให้กับผู้อยู่อาศัยในถ้ำนี้ หลังจากมาเยือนถ้ำนี้ในปี 2545 และชื่นชอบ กลับมาเที่ยวอีกหลายครั้งพร้อมกับบริจาคช่วยพัฒนาท้องถิ่น

กระเช้าที่เชื่อมระหว่างถ้ำกับพื้นราบที่สร้างไม่เสร็จหลังจากบริษัทที่ดูแลเงินขาดมือ /BRYAN DENTON /NYTIMES
ทั้งนี้มีชาวถ้ำหลายคนที่ไม่ยอมย้ายออกไปจากบ้านของพวกเขา อย่างนายหวัง ฉีก๋าย วัย 37 ปี ชาวนาผู้เปิดกิจการค้าปลีกเป็นอาชีพเสริมระบุว่า บ้านของเขาคือถ้ำแห่งนี้ แม้ว่าเด็กหนุ่ม วัยรุ่นหลายคนย้ายออกไปเพราะต้องไปหางานทำ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมา ลงหลักปักฐานในถ้ำแห่งนี้ เพราะตนรู้สึกถ้ำแห่งนี้ให้อารมณ์เหมือน “บ้าน”