เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เดลี่เมล์รายงานเพิ่มเติมถึงรายงานชะตาของซาลาแมนเดอร์ยักษ์ สัตว์ที่สืบสายพันธุ์มาในโลกนานกว่า 170 ล้านปี มีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ในขณะนี้ เพราะมันกำลังเป็นเมนูเปิบพิสดารยอดนิยมในหมู่ชาวจีนผู้มีอันจะกิน

นักวิทยาศาสตร์หลายคนออกมาเตือนว่าซาลาแมนเดอร์ยักษ์นี้มีจำนวนลดลงอย่างน่าใจหายและอาจเหลือเพียงแค่ไม่กี่ตัวในธรรมชาติเท่านั้น

บรรดาชาวจีนชางส่วนเชื่อว่า หว่าหยู่ หรือ ปลาทารก ชื่อของซาลาแมนเดอร์ยักษ์ในภาษาจีนที่เรียกตามเสียงร้องของมันที่คล้ายกับเด็ก มีส่วนช่วยในการสร้างความอ่อนเยาว์ ลดความแก่ชรา ทั้งที่ไม่มีหลักฐานทางวิชาการใดๆ ยืนยัน ขณะที่สัตว์ชนิดนี้ยังถูกทำเป็นเครื่องชูกำลัง ตกราคาถึงตัวละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 5 หมื่นบาท

จากการศึกษาของดร.แซมมูเอล ทูร์เวย์ จากสำนักวิชาสัตววิทยา สมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน หรือแซดเอสแอล ประเทศอังกฤษ ระบุว่าการล่าเกินพิกัดต่อสัตว์ประเภทนี้จากน้ำมือของมนุษย์ทำให้จำนวนของมันลดลงอย่างรวดเร็ว

ส่วนใหญ่แล้วตัวซาลาแมนเดอร์ยักษ์มักจะมีขนาดเล็กกว่าจระเข้เล็กน้อย และมีน้ำหนักตัวประมาณ 64 กิโลกรัม ปัจจุบันถูกทางสหภาพการอนุรักษ์ธรรมชาติสากล ขึ้นบัญชีว่าเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์แล้ว ส่วนทางรัฐบาลจีนเองก็ประกาศว่าการออกล่าซาลาแมนเดอร์ยักษ์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ซาลามานเดอร์ถูกนำมาปรุงอาหาร

แต่มีหลายฝ่ายที่พยายามสนับสนุนให้ปล่อยฟาร์มเลี้ยงซาลาแมนเดอร์ยักษ์ เพื่อการอนุรักษ์ แต่กระนั้นก็ตามเจ้าซาลาแมนเดอร์ยักษ์มีส่วนที่จะสร้างพิษภัยให้กับจำนวนสัตว์ป่าอื่นๆ

ดร.ฟ่าง หยาน จากสถาบันสัตววิทยา ในคุนหมิง ประเทศจีน กล่าว สัตว์จำพวกนี้ที่มีสายพันธุ์เฉพาะทาง ย้อนไปถึงยุคไดโนเสาร์ ต้องปกป้องไว้ในสถานที่จัดเลี้ยงแบบปิดและเหมาะสม

การปล่อยมันออกสู่ธรรมชาติจากฟาร์มที่เพาะเลี้ยงอาจจะทำให้เจ้าพวกนี้เสี่ยงต่อการถูกล่าเพิ่มเติมเข้าไปอีก

ทางการจีนพยายามปราบปรามการกินซาลาแมนเดอร์ อย่างในปี 2558 ที่มีเจ้าหน้าที่จีนระดับสูงคนหนึ่งถูกสอบสวนหลังพบว่าเข้าร่วมงานเลี้ยงในเมืองเซินเจิ้น เสิร์ฟเมนูซาลาแมนเดอร์ยักษ์ ซึ่งกฎหมายจีนชี้ชัดว่าหากใครก็ตามละเมิด และรับประทานสัตว์ป่าหายากจะต้องโทษคุกเป็นเวลาสูงสุดถึง 10 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน