ผมเทา สาวแห่ยอมรับธรรมชาติ เชิดชูและรณรงค์ ความงดงามที่แตกต่าง
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เว็บไซต์ข่าว บีบีซี รายงานว่า มีผู้หญิงหลายคนยอมรับสภาพ ผมเทา ตามธรรมชาติอย่างใจเป็นสุข ในอินสตาแกรม ‘กรอมบ์’ (Grombe) สังคมของสาวที่ปฏิเสธการย้อมผมและยอมรับสีผมที่เกิดขึ้น โดยหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า เคท ดีโนต้า เริ่มมีผมเทาตั้งแต่อายุ 7 ปี เมื่อเธออายุ 14 ปี ก็เลยย้อมผมตัวเอง ต่อมา เคทอายุ 28 ปี เธอใช้เงินกว่า 18,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 500,000 บาท) และเวลากว่า 1,000 ชั่วโมง เพื่อจัดการย้อมผม ซึ่งเธอเริ่มยอมรับธรรมชาติของตัวเอง
มาร์ธา ทรัสโลว์ อายุ 26 ปี ก่อตั้งชุมชนนี้ขึ้นหลังจากไม่ได้รับกำลังใจและคำแนะนำจากที่อื่น ซึ่งเธอเปิดโอกาสให้ผู้หญิงทุกคนแบ่งปันประสบการณ์ที่พบเจอ ตอนนี้อินสตราแกรมดังกล่าวมีผู้ติดตามกว่า 10,000 คน รวมถึงความเห็นด้านบวกเต็มเปี่ยมจากชาวเน็ต มาร์ธากล่าวว่า “ผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกว่า ฉันกดดันที่จะแก่ขึ้น แต่ฉันจะเป็นตัวเองในแบบที่จริง”
ทั้งนี้ เคทโดนตั้งคำถามต่อการตัดสินใจเลิกย้อมสีผมของเธอ เธอกล่าวว่า “ผู้คนมักถามฉันว่า แน่ใจหรือ แล้วหน้าที่การงานล่ะ ยังเด็กอยู่เลย มันดูไม่ดีนะ” เธอรู้สึกว่าควรมีการนำเสนอสาวผมเทาในทุกช่วงอายุให้ดียิ่งขึ้น เพราะบริษัทบางแห่งมักยอมรับให้ผู้หญิงมีผมเทาเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม การย้อมผมสีเท้าเป็นกระแสแฟชั่นที่ดังในปัจจุบัน
ด้านริต้า ฮาซาน นักย้อมผมชื่อดัง แนะนำว่าไม่ควรย้อมผมเทาเองที่บ้าน เพราะมันเป็นกระบวนการที่ยากและวุ่นวาย เธอกล่าวว่า “ผู้คนทรมานผมตัวเองเพื่อให้ดูดี มันเป็นความฝันของผู้หญิงหลายคน” กระแสนี้ทำให้ สเตฟานี่ ทันเชซ อายุ 30 ปี เลิกย้อมสีผมกลบเทา เธอกล่าวว่า “พวกเขาเสียเงินจำนวนมากเพื่อให้มีสีผมแบบฉัน แต่วันฉันคิดแต่ปกปิดมัน”
ส่วนเรเชล กิ๊บสัน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผม เผยว่า กระแสผมขาวหรือเทาของเซเลบไม่ได้เกี่ยวข้องกับความคลั่งให้ตัวเองดูเด็ก หลายที่ให้ความสำคัญว่าผมสีเทาเป็นสัญลักษณ์ของความรู้และประสบการณ์ ในยุคศตวรรษที่ 18 ชาวยุโรปผู้สูงศักดิ์มักสวมวิกสีขาวเพื่อยกระดับฐานะทางสังคม ทั้งนี้ โฆษณายาย้อมผมมักทำการตลาดเห็นเห็นว่า ผู้หญิงต้องการดูอ่อนวัยและมีรูปลักษณ์ที่ดูดี ซึ่งต่อมาก็ส่งผลต่อโฆษณาสีย้อมผมผู้ชาย
ศาสตราจารย์เดสมอนด์ โทบิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเม็ดสีผมและผิว อธิบายว่า เป็นเรื่องปกติของผู้หญิงเชื้อสายยุโรปในช่วงอายุ 20 ปี ที่จะเริ่มมีผมเทาเกิดขึ้น เดสมอนด์ทำการวิจัยที่เผยผลว่า ยีนส์บางส่วนมีผลต่อการผมเทา ซึ่งคนแต่ละชาติพันธุ์ มีอัตราเฉลี่ยการผมเทาต่างกัน โดยชาวแอฟริกันและเอเชียตะวันออกมาโอกาสผมเปลี่ยนสีช้าสุด และฮอร์โมนกับความเครียดก็เป็นปัจจัยต่อการผมหงอก
เชลลี่ กิลลิส อายุ 46 ปี เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในสื่อกระแสหลัก ช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจในกาวไว้ผมเทา เธอกล่าวว่า “เราจะเห็นผู้หญิงยอมรับมันมากขึ้น ด้วยต้นแบบต่างๆ หรือแรงบันดาลใจว่าความสวยงามเป็นแบบไหน ฉันรู้ว่าการเปลี่ยนผ่านมันยาก แต่จุดหมายปลายทางเป็นสิ่งที่คุ้มค่า”





