ฉาวออร์โธดอกซ์รัสเซีย นักบวชหลอกไปฆ่าทิ้ง – ภรรยาขอฟ้องหย่า

ฉาวออร์โธดอกซ์รัสเซีย

ฉาวออร์โธดอกซ์รัสเซีย นักบวชหลอกไปฆ่าทิ้ง – ภรรยาขอฟ้องหย่า

ฉาวออร์โธดอกซ์รัสเซีย – เว็บไซต์ แมช ของรัสเซียรายงานข่าวอื้อฉาวต่อวงการคริสตจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย เมื่อ เดนิส (ดิโอนิเซียส) โกโรวอย นักบวชประจำอารามคริสต์นิโคโล-อูเกรชา เมืองดเซียร์จินสค์ ชานกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ลงมือฆ่านางอันนา โกโรวายา ภรรยาวัย 30 ปีของตัวเอง ที่ต้องการฟ้องหย่า ซึ่งเป็นข้อห้ามสำหรับนักบวช

คดีสะเทือนขวัญเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ค. นักบวชเดนิสพานางอันนาขึ้นรถและรับปากว่าจะพาไปสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นผืนป่าในเมืองซอลเนชโนกอร์สค์ ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงมอสโกเหมือนกัน และใช้อาวุธมีดแทงภรรยา 7 ครั้ง เสียชีวิต ก่อนจะซ่อนศพและขับรถหลบหนีไป

ด้านแม่ของอันนาได้รับข้อความก่อนตายจากลูกสาวของตัวเองว่า “เขา (นักบวชเดนิส) พาหนูไปที่แห่งหนึ่ง” หลังจากนั้นไม่มีใครรับโทรศัพท์อีก จนผ่านไปหลายชั่วโมง นักบวชเดนิสจึงรับสายและบอกไม่รู้ว่าภรรยาอยู่ที่ไหน แม่ของนางอันนาสงสัยพิรุธจึงแจ้งตำรวจ และสามารถจับกุมนายเดนิสได้อย่างรวดเร็ว

รายงานระบุว่า สาเหตุที่นางอันนาฟ้องหย่าเนื่องจากไม่พอใจที่นักบวชเดนิสอุทิศเวลาให้กับศาสนกิจเกือบตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ นางอันนาจึงหยุดทำงานบ้านและยื่นข้อเสนอฟ้องหย่าอย่างแข็งกร้าว แต่นักบวชเดนิสกลัวการฟ้องหย่าเนื่องจากจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสถานะนักบวชของตัวเอง จึงตัดสินใจฆ่าภรรยาตัวเอง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ คอมโซมอลสกายา ปราฟดา ของรัสเซียรายงานอ้างแหล่งข่าวในชั้นสอบสวนว่า ระหว่างการสอบปากคำ นักบวชมีพฤติกรรมแปลกๆ และกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด เมื่อตำรวจถามว่าภรรยาหายไปไหน นักบวชเดนิสตอบคำสั้นๆ ว่า “ไม่รู้” แต่ในที่สุด นักบวชเดนิสรับสารภาพในการสอบปากคำครั้งแรกว่า แทงภรรยาเพราะไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับบาปดังกล่าวในจิตวิญญาณของตัวเองได้

อเล็กซานเดอร์ วอลตอฟ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของอัครบิดรคีริลล์แห่งมอสโก ผู้แทนคริสตจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ระบุว่า นักบวชเดนิสมีปัญหาทางจิต โดยเจ้าอาวาสแห่งอารามคริสต์นิโคโล-อูเกรชาระบุว่า สังเกตพฤติกรรมผิดปกติของนักบวชเดนิสมาเป็นเวลาครึ่งปีแล้ว บางครั้งจึงจำเป็นต้องเชิญจิตแพทย์ผู้มากประสบการณ์มาพูดคุยกับนักบวชเดนิส

วอลตอฟเสริมว่า เจ้าอาวาสได้รับแจ้งร้องเรียนหลายครั้งถึงพฤติกรรมของนักบวชเดนิส ขณะที่บรรดานักบวชด้วยกันต่างพยายามทราบปัญหาในชีวิตของนักบวชเดนิส แต่ภรรยาของนักบวชกลับตอบว่าพวกตนสบายดีไม่มีปัญหาอะไร

เว็บไซต์ นิวส์ ของรัสเซีย เผยแพร่คำสัมภาษณ์พ่อของนางอันนาถึงความรักของลูกสาวและนักบวชว่า ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อปี 2551 ลูกสาวตกหลุมรักชายหนุ่มที่เริ่มเป็นนักบวชในโบสถ์คริสต์แห่งหนึ่ง แต่นักบวชเองไม่ได้รักนางอันนาด้วย แต่เมื่อเลือกเส้นทางนักบวชถึงรู้ว่าจำเป็นต้องมีภรรยา โดยนักบวชจบการศึกษาจากวิทยาลัยศาสนศาสตร์นิโคโล-อูเกรชาเมื่อปี 2552 และปีเดียวกันได้รับตำแหน่งนักบวชประจำเขตวัด

ปัญหาของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นหลังแต่งงาน 1 เดือน เนื่องจากสามีนักบวชทะเลาะกับภรรยามาตลอดและมีข่าวอื้อฉาว ซึ่งพ่อแม่ของนางอันนารับรู้เรื่องทั้งหมด เนื่องจากทั้งคู่ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง โดยอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาว

พ่อของนางอันนายังเห็นนักบวชเดนิสมีพฤติกรรมแปลกๆ และก้าวร้าวใส่ภรรยาด้วย นางอันนา ซึ่งเป็นครูในโรงเรียน นำสมุดการบ้านมาตรวจ กลับถูกนักบวชเดนิสห้ามทำงานที่บ้าน นางอันนาจึงตัดสินใจตรวจการบ้านที่โรงเรียนหลังสอนหนังสือเสร็จ นักบวชเดนิสก็ไม่พอใจที่ภรรยากลับบ้านช้า

อีกกรณีหนึ่งเมื่อนักบวชเดนิสเสื้อโค้ตให้ภรรยา แต่ภรรยาดันทำให้มีรอยเปื้อนโดยไม่ได้ตั้งใจ นักบวชเดนิสจึงทุบทำลายโทรศัพท์มือถือของภรรยาเพื่อเอาคืน จนครั้งหนึ่งพ่อตาขับไล่ลูกเขยออกจากบ้าน เนื่องจากทนเห็นลูกสาวตัวเองถูกข่มเหงรังแกไม่ไหว พ่อแม่ของนางอันนายังโน้มน้าวให้ลูกสาวฟ้องหย่า แต่เธอบอกว่าแต่งงานกับสามีนักบวชแล้วและจะไม่มีการฟ้องหย่า

หลังจากนั้นไม่นาน พ่อของนักบวชเดนิสซื้ออพาร์ตเมนต์ให้ทั้งคู่ ส่วนพ่อของนางอันนาทำการซ่อมแซมและตกแต่งอพาร์ตเมนต์ให้ อย่างไรก็ตาม หลังย้ายเข้ามา นางอันนาอยู่ในสภาพเหลืออดเหลือทน ครั้งหนึ่งพ่อแม่ของนางอันนาเห็นลูกสาวตัวเองมีรอยฟกช้ำ แต่เธอปฏิเสธว่าสามีนักบวชไม่ได้ทำ ถึงกระนั้นพ่อของอันนายังยืนหยัดข้างลูกสาว และนางอันนารับปากกับพ่อจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

“ลูกสาวรักเขาและกลัวอย่างกับเปลวไฟ เขาไม่เคยมีศรัทธา (ในออร์โธดอกซ์) เลย สวมชุดผ้าคลุมสีดำก็เป็นนักบวช พอถอดออกก็ไม่ใช่แล้ว ผมและภรรยาโน้มน้าวให้ลูกสาวฟ้องหย่า” พ่อของนางอันนาระบุ

ทั้งที่นักบวชเดนิสไม่รักภรรยา แต่ไม่ต้องการฟ้องหย่าเพื่อไม่ให้ตัวเองตกงาน ขณะที่นางอันนายังอดทนต่อพฤติกรรมของสามีนักบวช ต่อมาเมื่อเดือนธ.ค.2560 นักบวชเดนิสถูกย้ายออกจากเขตวัดเดิมอย่างกะทันหัน โดยมาประจำอารามคริสต์นิโคโล-อูเกรชาในปัจจุบัน ซึ่งภายหลังทราบว่า ถูกย้ายเนื่องจากลงมือทำร้ายร่างกายลูกวัด

วันเกิดเหตุ นางอันนาพร้อมลูกชาย 2 คน วัย 6 ขวบ และ 1 ขวบครึ่ง พักอาศัยอยู่ที่บ้านของพ่อแม่เธอ พอตกเย็นสามีนักบวชพาตัวนางอันนาออกไปกะทันหัน โดยบอกว่าตัดสินใจให้หย่าแล้ว และพาภรรยาไปเก็บข้าวของ หลังจากนั้น ภรรยาโทร.บอกพ่อแม่ว่าจะรีบกลับมา หลังจากนั้น มีแต่นักบวชเดนิสที่รับโทรศัพท์

ตอนแรกนักบวชบอกว่าภรรยาไม่สามารถคุยและโทร.กลับได้ หลังจากนั้นบอกว่าทิ้งภรรยาพร้อมสัมภาระไว้ที่ป้ายรถเมล์ และเมื่อนักบวชนำกระเป๋าตังค์ภรรยามาให้แม่ยาย พ่อแม่ของนางอันนาเริ่มสงสัยความผิดปกติ และโทร.แจ้งตำรวจตอนเช้า ก่อนที่นักบวชจะถูกจับกุมในทันที

“ตอนแรกเดนิสบอกว่าอันนายังมีชีวิตอยู่ พนักงานสอบสวนบอกว่ายังมีความหวังที่ผมรอเห็นหน้าลูกสาว จากนั้นผมได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า ทุกอย่างจบแล้ว เดนิสรับสารภาพผิด” พ่อของนางอันนากล่าว

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ มอสคอฟสกี คอมโซโซเลตซ์ ของรัสเซียรายงานความคิดเห็นของวเซโวลอด ชัปลิน หัวหน้านักบวชรูปหนึ่ง ระบุว่า การหย่าร้างในครอบครัวของนักบวชเป็นเรื่องอ่อนไหวอย่างยิ่ง

“ข้าพเจ้าคิดว่านักบวชกลัวบาป ไม่ใช่เพราะเรื่องความถูกต้อง แต่เพราะกลัวถูกขับออกจากโบสถ์ แล้วนักบวชจะอธิบายพ่อแม่อย่างไร เมื่อภรรยาขู่ว่าจะหย่าร้าง นักบวชจึงฆ่าภรรยา ในกรณีหย่าร้างคำถามที่ตามมาคือ “นักบวชจะสามารถรักษาชุมชนชาวคริสต์ที่มีสันติภาพและความรักได้อย่างไร หากนักบวชไม่สามารถรักษาโบสถ์ขนาดเล็กของตัวเองได้?” หัวหน้านักบวชชัปลินระบุ

ขณะที่นักบวชอีกรูปหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า การฆ่าภรรยาของนักบวชเป็นกรณีไม่ปกติท่ามกลางบรรดานักบวชรัสเซีย อย่างไรก็ตาม การหย่าร้างในครอบครัวนักบวชเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของนักบวช แต่นักบวชจะถูกลงโทษอย่างหนักที่สุด คือย้ายไปประจำเขตวัดอื่นเท่านั้น

ถูกฟ้องหย่าเพราะไม่มีเวลาให้ นักบวชกลัวกระทบต่อตำแหน่งหน้าที่ จึงตัดสินใจหลอกภรรยาไปฆ่าทิ้ง #ข่าวสดรอบโลก #นักบวช

โพสต์โดย Khaosod – ข่าวสด เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2018

บทความก่อนหน้านี้หวีดลั่นทั้งคัน! รถทัวร์บขส.หลุดโค้งพลิกคว่ำ ผู้โดยสารเจ็บระนาว
บทความถัดไปทารกหลุดจากครรภ์ ! นาทีรถพลิกคว่ำ แม่สิ้นใจ เด็กรอดปาฏิหาริย์