หวิดเป็นซุปเนื้อหมา! ลูกหมาเตรียมขึ้นเขียงเชือด ไม่หวั่นกฎห้ามฆ่าสัตว์ โชคดีคนรักสัตว์ช่วยทัน
เดลี่เมล์ รายงานว่า น.ส.ชอน เดวี ชาวเมืองคาร์ดิฟฟ์ แคว้นเวลส์ สหราชอาณาจักร นักรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์ รุดช่วยเหลือสุนัขสองตัวจากตลาดนัดโมราน ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมเปิดเผยว่าพวกมันเกือบจะถูกฆ่าและทำเป็นซุป แม้ว่าเกาหลีใต้จะมีกฎหมายห้ามฆ่าสุนัข
น.ส.เดวี่เดินทางไปยังเกาหลีใต้พร้อมเพื่อนนักรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์ ซูซี่ ลี และ เฮเลน คิม เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการค้าสุนัข
“การค้าเนื้อสุนัขถูกสั่งห้ามแล้ว แต่พวกเราก็รู้ว่ามันยังเกิดขึ้นอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นก็ตาม” หญิงสาวกล่าว
น.ส.เดวี่โพสต์อธิบายลงบนเฟซบุ๊กว่า “พวกเรากำลังข้ามถนนตอนที่ชายชราคนหนึ่งอยู่ตรงหน้าเราพร้อมกับกล่องที่มีลูกสุนัขโผล่หัวออกมา พวกเราถามเขา เขาบอกว่าเขามาที่นี่เพื่อขายมัน ในราคา 46 ดอลลาร์ หรือราว 1,500 บาท”
“คนขายเนื้อสุนัขเริ่มตะโกนมาที่พวกเราและฉีดน้ำใส่ตอนที่พวกเราพยายามถามชายชราให้ยกสุนัขให้พวกเรา และอาจเพราะเขารู้สึกอับอายจึงยกลูกสุนัขให้พวกเรา”
การค้าขายเนื้อสุนัขจัดเป็นธุรกิจสีเทาในกฎหมายของเกาหลีใต้ เพราะเมื่อเดือนก่อนได้มีกฎหมายออกมาว่าห้ามฆ่าสุนัข แต่ไม่ได้มีกฎหมายการห้ามค้าขายเนื้อสุนัข
ขณะที่ประเทศอินโดนีเซียกำลังดำเนินการเพื่อออกกฎหมายสั่งห้ามค้าและฆ่าสุนัขอย่างครอบคลุม กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อโปรโมตศูนย์ช่วยเหลือสัตว์และเพื่อควบคุมโรค โดยได้รับการสนับสนุนจากนักรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์
ประชาชนในบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ขึ้นชื่อกันดีในด้านการบริโภคสุนัข และรัฐบาลก็เผชิญกับความกดดันจากกล่มนักรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์ที่ต้องการจะแก้ไขเรื่องดังกล่าว
“เนื้อสุนัขไม่ใช่อาหาร ตามกฎหมายของกฎด้านอาหาร” ไซแอม มารีฟ ผู้อำนวยการสาธารณสุขด้านสัตวแพทย์ กระทรวงการเกษตรกล่าว ทั้งนี้นายมารีฟกล่าวว่ากำลังดำเนินการเพื่อจะให้กฎหมายคุ้มครองสุนัขเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีกำหนดการที่แน่นอน
ไม่มีรายงานระบุว่ามีสุนัขจำนวนเท่าที่ถูกบริโภคในประเทศอินโดนีเซีย แต่จากสถิติปี พ.ศ. 2558 การวิจัยจากกระทรวงการเกษตรเผยให้เห็นว่า สุนัขประมาณ 730,000 ตัวถูกนำเข้าประเทศอินโดนีเซียเพื่อบริโภค ขณะที่ประเทศเวียดนามบริโภคสุนัข 5 ล้านตัวต่อปี



