ลูกฟ้องหมอทำแม่พิการ ‘เนื้อตายเน่า’อยู่เท้าขวา แต่ตัดเท้าซ้ายทิ้ง

ลูกฟ้องหมอทำแม่พิการ

ลูกฟ้องหมอทำแม่พิการ ‘เนื้อตายเน่า’อยู่เท้าขวา แต่ตัดเท้าซ้ายทิ้ง

ลูกฟ้องหมอทำแม่พิการ – วันที่ 6 พ.ย. เว็บไซต์ เวสตี ของรัสเซียรายงานว่า ครอบครัวผู้ป่วยร้องเรียนต่อทีมแพทย์ที่รักษาคุณยาย มารียา โดรโนวา อายุ 89 ปี ผิดพลาด โดยคุณยายมีเนื้อตายเน่าที่เท้าข้างขวาซึ่งจะต้องตัดออก แต่ทีมแพทย์กลับ ตัดเท้าข้างซ้ายที่ปกติออกแทน แล้วตัดเท้าข้างขวาออก จนคุณยายต้องกลายเป็นคนพิการขาทั้งสองข้าง

โรงพยาบาลหมายเลข 3

เหตุเกิดที่วันที่ 4 พ.ย. โรงพยาบาลหมายเลข 3 ในแคว้นโวโรเนจ ทางตอนกลางของรัสเซีย แล้วครอบครัวคุณยายมารียายื่นฟ้องต่อคณะกรรมการสอบสวนแห่งชาติรัสเซียเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ซึ่งดำเนินการสอบสวนกรณีดังกล่าวทันที

  • รพ.แจงต้องตัด-เท้าซ้ายติดเชื้อด้วย

ต่อมา กรมสาธารณสุขประจำแคว้นโวโรเนจ ซึ่งกำกับโรงพยาบาลหมายเลข 3 ออกแถลงการณ์ระบุว่า การตัดเท้าข้างซ้ายออกผ่านการตัดสินใจของทีมแพทย์แล้ว เนื่องจากสภาพของเท้าข้างซ้าย อาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตของผู้ป่วย ขณะนี้ทางโรงพยาบาลดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติงานของทีมแพทย์แล้ว

  • ลูกไม่เชื่อ-ซัดหมอโกหก

รายงานระบุว่า คุณยายมารียามีปัญหาหลอดเลือดแดงแข็งตัวมานานแล้ว เข้ารับการตรวจและรักษาตั้งแต่ปี 2553 แต่ปฏิเสธไปรักษาที่โรงพยาบาลนานมาก กระทั่งถึงปลายเดือนต.ค.2561 คุณยายมารียามีอาการเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ลูกชายและภรรยาซึ่งอาศัยอยู่ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และเดินทางมาเยี่ยมแม่ในแคว้นโวโรเนจในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ต้องเกลี้ยกล่อมให้คุณแม่เพื่อเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน ขณะที่แพทย์คลินิกที่ลูกชายพาคุณแม่เข้ารับการตรวจในเบื้องต้นบอกว่าอย่ารอให้เนื้อตายเน่าลุกลามไปมากกว่านี้อีก

ใบส่งตัวจากคลินิกระบุต้องตัดเท้าข้างขวาออก

แพทย์คลินิกจึงออกใบส่งตัวจากคลินิกระบุ ต้องตัดเท้าข้างขวาออก ส่วนคุณยายมารียาถูกส่งไปที่โรงพยาบาลหมายเลข 3 ในแคว้นโวโรเนจ วันที่ 4 พ.ย. และเข้ารับการผ่าตัดในวันเดียวกัน แต่เมื่อลูกชายและภรรยามาเยี่ยมคุณแม่หลังผ่าตัดแล้วต้องตกตะลึง เนื่องจากทีมแพทย์ ไม่ได้ตัดเท้าข้างขวา ที่มีเนื้อตายเน่าออก แต่ ตัดเท้าข้างซ้าย ออกแทน แถมตัดถึงช่วงกลางต้นขา

นายอันเดรย์ โดรนอฟ ลูกชายของคุณยายมารียา เผยว่ามีความรู้สึกไม่ต่างกับฉากในภาพยนตร์สยองขวัญ

“ผมคิดว่าต้องมีใครสักคนกรอกข้อมูลผิดว่า เนื้อตายเน่าไม่ได้อยู่ที่เท้าข้างขวา แต่เป็นข้างซ้าย แพทย์ผู้ตรวจข้อมูลดังกล่าวเป็นคนหนึ่ง ส่วนแพทย์ตัดขาก็เป็นอีกคนหนึ่ง ตอนผ่าตัด เท้าข้างขวาของคุณแม่ก็มีผ้าพันแผล จึงต้องตัดข้างนั้นออกตามที่ระบุในใบส่งตัว ส่วนเท้าข้างซ้าย ผิวหนังกลายเป็นสีแดงเนื่องจากหลอดเลือดอุดตัน แต่ (ในใบส่งตัว) ไม่ระบุว่าต้องตัดออกแต่อย่างใด”

“ในตอนแรกผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้ามาพูดคุยปกติ และต้องการเจรจาอะไรบางอย่าง บอกว่าไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้ในโรงพยาบาลตนมาก่อน และต้องการให้เรื่องนี้เงียบ ทั้งที่มันเกิดขึ้นจากความไม่เอาใจใส่ผู้ป่วยและระบบของโรงพยาบาลเอง”

สภาพคุณยายมารียาก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ครอบครัวของคุณยายมารียายังแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งที่โรงพยาบาลหมายเลข 3 เผยแพร่แถลงการณ์ “โกหก” ภายหลังที่กรณีอื้อฉาวเป็นข่าวคราวในสื่อมวลชน

นายอันเดรย์กล่าวว่า เวชระเบียนของคุณแม่มีการเขียนใหม่ว่า จำเป็นต้องตัดเท้าออกทั้งสองข้าง ส่วน ใบส่งตัวจากคลินิกที่อยู่กับโรงพยาบาลก็สูญหายไป และหลังร้องเรียนไปยังคณะกรรมการสอบสวนแห่งชาติรัสเซียแล้ว ท่าทีของโรงพยาบาลหมายเลข 3 ก็เปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโทร.มาหาตนด้วยน้ำเสียง “แข็งกระด้าง” แจ้งถึงการผ่าตัดคุณแม่ครั้งที่สองว่า ทีมแพทย์วินิจฉัยแล้ว ตัดสินใจที่จะ ตัดเท้าข้างขวาออกซึ่งมีเนื้อตายเน่า

แต่นายอันเดรย์ยืนกรานที่จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาร่วมหารือการรักษาด้วย แต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลไม่ให้ตนลงนามยินยอมในการผ่าตัดคุณแม่ด้วย บอกว่า คุณแม่ลงนามยินยอมแล้วซึ่งสามารถทำได้ ล่าสุด คุณยายมาเรียเข้ารับการตัดเท้าข้างขวาวันที่ 7 พ.ย. ขณะนี้รู้สึกตัวแล้วและยังนอนอยู่ในห้องไอซียู

  • ผอ.แจงเท้าซ้ายแย่กว่า-ต้องตัดก่อน

นางนาตาเลีย คูราโปวา หลานสาวของคุณยายมารียา กล่าวว่า “เท้าข้างขวาเป็นสีดำ ส่วนข้างซ้ายปกติดี เห็นชัดเจนว่า เท้าข้างขวาดำ ไม่ใช่ข้างซ้าย ไม่รู้จะอธิบายยังไง ทำไมแพทย์ไม่เห็น ดิฉันไม่เข้าใจจริงๆ”

ทว่า นพ.เซียร์เกย์ ชัมซุตดีนอฟ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหมายเลข 3 อธิบายว่า ต้องตัดเท้าทั้งสองข้างออก ส่วนเท้าข้างซ้ายนั้น แม้จะไม่มีเนื้อตายเน่า แต่ต้องตัดออกก่อน เนื่องจากเลือดไม่เดินจนเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง ซึ่งไม่ใช่เป็นการวินิจฉัยของแพทย์เพียงคนเดียว แต่แพทย์ผ่าตัดทั้งทีมเห็นพ้อง

สำหรับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พนักงานสืบสวนทำการตรวจสอบทางนิติเวช พร้อมยึดเวชระเบียนของคุณยายมารียา สอบปากคำครอบครัว ผู้ป่วยที่นอนรักษาอยู่ข้างๆ และทีมแพทย์ ทั้งพร้อมพูดคุยกับคุณยายมารียาหลังจากนี้ด้วย

การสืบสวนจะกินเวลานานถึง 30 วัน โดยไม่เพียงตรวจสอบการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงพยาบาลหมายเลข 3 แล้ว แต่ยังต้องตรวจสอบเวชระเบียนจากทุกโรงพยาบาลที่คุณยายมารียาเคยเข้ารับการรักษาครั้งล่าสุดด้วย