ด่านหน้าทหารในขั้วโลกเหนือ: ฐานทัพรัสเซียแห่งใหม่ ใกล้ดินแดน “อลาสก้า”

ด่านหน้าทหารในขั้วโลกเหนือ:

ด่านหน้าทหารในขั้วโลกเหนือ: ฐานทัพรัสเซียแห่งใหม่ ใกล้ดินแดน “อลาสก้า”

ด่านหน้าทหารในขั้วโลกเหนือ:

ซีเอ็นเอ็น – ฐานทัพนอร์เทิร์น โคลเวอร์ บนเกาะโคเตลนืย ภูมิประเทศเยือกแข็งเหนือวงกลมอาร์กติก ในแถบไซบีเรียของรัสเซีย หนึ่งในด่านหน้าทางทหารแห่งใหม่ล่าสุด หนึ่งในสถานที่ต้องห้ามที่สุดในโลก ใกล้ดินแดนอลาสก้าของสหรัฐอเมริกา มหาอำนาจคู่แข่งของรัสเซีย อาคารพื้นที่สามแฉกที่รองรับทหาร 250 นาย มีเสบียงเพียงพอสำหรับดำรงชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ตลอด 1 ปี โดยปราศจากความช่วยเหลือจากโลกภายนอก ถือเป็นการก่อตัวของการแข่งขันทางทหารของรัสเซีย

กองทัพรัสเซียระบุว่า ดำเนินการสร้างหน่วยงานทหาร 475 แห่ง ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ชายแดนฟากตะวันตกที่มีพรมแดนกับนาโต้ไปจนถึงช่องแคบแบริ่งฟากตะวันออกของรัสเซีย

กองทัพรัสเซียเคลื่อนย้ายมาฐานทัพแห่งนี้เมื่อปี 2559 บุคลากรทางทหารไม่จำเป็นต้องเผชิญสภาพอากาศเย็นจัดยกเว้นเมื่อปฏิบัติหน้าที่ ฐานทัพระบบปิดแห่งนี้มีที่พักและห้องปฏิบัติการเชื่อมต่อระหว่างกัน ส่วนอาคารเดี่ยวมีเพียงโบสถ์คริสต์ออร์โธดอกซ์ขนาดเล็กห่างจากฐานทัพ 20 เมตร

พ.ต.วลาดีมีร์ ปาเซชนิค ผู้บัญชาการกลุ่มยุทธวิธีนอร์เทิร์น โคลเวอร์ บนเกาะโคเตลนืย กล่าวว่า ฐานทัพแห่งนี้ดำเนินการควบคุมเรดาร์ ตรวจสอบน่านฟ้า รักษาความปลอดภัยเส้นทางทะเลเหนือ และขจัดอันตรายสิ่งรอบตัว

ฐานทัพนอร์เทิร์น โคลเวอร์ ติดตั้งระบบขีปนาวุธป้องกันชายฝั่ง และ แพนเซอร์ ระบบขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศพิสัยกลางที่ดัดแปลงประจำการในอาร์กติกที่มีอุณหภูมิต่ำถึง -50 องศาเซลเซียส และกองทัพรัสเซียมีแผนเสริมสร้างฐานทัพของตัวเองในอาร์กติกเพิ่มเติมด้วยการทดสอบระบบขีปนาวุธจากภาคพื้นสู่อากาศ S-400 รุ่นประจำการขั้วโลกเหนือ และติดตั้งระบบการป้องกันทางอากาศเพิ่มเติมบนฐานทัพอากาศใกล้เคียงของรัสเซียด้วย

ถือเป็นพันธกิจเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัสเซียอย่างชัดเจน ในบริเวณดินแดนอาร์กติกที่กลายเป็นจุดเดือดทางภูมิรัฐศาสตร์ ท่ามกลางหลายประเทศที่ต่างอ้างสิทธิเหนือดินแดนดังกล่าว รัสเซียมีชายฝั่งอาร์กติกราวร้อยละ 50 ของชายฝั่งทั้งหมด และยังยื่นต่อสหประชาชาติหรือยูเอ็นเพื่ออ้างสิทธิเหนือไหล่ทวีปอาร์กติกอีก 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลการตัดสิน

เส้นทางทะเลเหนือ

ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน เคยกล่าวว่า อาร์กติกจะเป็น “ภูมิภาคสำคัญที่สุดที่จะให้อนาคตของรัสเซีย” พร้อมก่อตั้งกระทรวงแห่งใหม่ กระทรวงเพื่อการพัฒนาตะวันออกไกลและอาร์กติกของรัสเซีย นอกจากนี้ นายปูตินออกคำสั่งประธานาธิบดีไม่นานหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2018 เพิ่มการขนส่งทางทะเลผ่านเส้นทางทะเลเหนือเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่า ภายในปี 2567 ด้วย

รัสเซียยังเพิ่มความเข้มงวดบนเส้นทางทะเลเหนือด้วย ซึ่งอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของรัสเซีย และลดเวลาการเดินเรือจากยุโรปมุ่งสู่เอเชียถึงร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบกับคลองสุเอซของอียิปต์ โดยเดือนนี้ รัฐบาลรัสเซียประกาศว่า เรือต่างชาติที่แล่นผ่านจะต้องส่งการแจ้งเตือน 45 วัน ใช้กัปตันชาวรัสเซีย และชำระค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มขึ้น

การแข่งขันของรัสเซียในอาร์กติกต้องอาศัยการลงทุนของจีนอย่างมาก และการขนส่งอย่างรวดเร็วผ่านเส้นทางทะเลเหนือเป็นที่น่าดึงดูดอย่างยิ่งสำหรับจีน และทุกวันนี้ จีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดแล้ว รัสเซียส่งเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติไปจีนผ่านน่านน้ำอาร์กติกเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนก.ค.61 และให้จีนยืมเรือตัดน้ำแข็งรัสเซียเพื่อติดตามขบวนเรือบรรทุกสินค้าของจีนไปยุโรป

เรือส่วนใหญ่ที่แล่นผ่านเส้นทางทะเลเหนือเสี่ยงต่อการติดค้างกับน้ำแข็งในทะเลและต้องใช้เรือตัดน้ำแข็งเพื่อเปิดทางให้เรือผ่านน่านน้ำอาร์กติกนี้ รัสเซียเป็นเพียงประเทศเดียวที่มีเรือตัดน้ำแข็งพลังนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนที่แล้ว จีนประกาศว่าจะสร้างเรือตัดน้ำแข็งพลังนิวเคลียร์ของตัวเองเพื่อเปลี่ยนสถานะของตัวเองเป็น “รัฐใกล้อาร์กติก” (near-Arctic state)

สหรัฐจับตารัสเซีย

รัฐบาลสหรัฐอเมริกากำลังจับตาความเคลื่อนไหวของรัสเซียในอาร์กติก และเห็นการหารือถึงความจำเป็นในการพัฒนายุทธศาสตร์อาร์กติก และหน่วยยามชายฝั่งสหรัฐกำลังสร้างเรือตัดน้ำแข็งขนาดใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ

บทความก่อนหน้านี้หงส์แดง โดนนำก่อนแซงชนะ นักบุญ กลับขึ้นจ่าฝูง – ซาลาห์ ปลดล็อก 50 ลูกในลีก
บทความถัดไปคล็อปป์ ชูหัวใจแข้งหงส์สู้เพื่อชัยชนะ – ฮาเซนฮุตเทิล ยอมรับความพ่ายแพ้โดยดี