เอ่ยชื่อลูกเป็นคนแรก แม่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ถูกรถชน-นอนโคม่า 27 ปี

เอ่ยชื่อลูกเป็นคนแรก

เอ่ยชื่อลูกเป็นคนแรก แม่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ถูกรถชน-นอนโคม่า 27 ปี

เอ่ยชื่อลูกเป็นคนแรก – วันที่ 23 เม.ย. บีบีซี รายงานว่า สตรีชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรดส์ (ยูเออี) ฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ หลังประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในภาวะโคม่าในช่วง 27 ปีที่ผ่านมา

ย้อนไปปี 2534 นางมูนีรา อับดุลลา อายุ 32 และ ด.ช.โอมาร์ เวเบียร์ ลูกชายวัย 4 ขวบ ในเวลานั้น นั่งเบาะหลังรถเก๋งที่น้องเขยเป็นคนขับ หลังรับลูกชายกลับจากโรงเรียน จากนั้น รถเก๋งชนกับรถเมล์ แต่ด.ช.โอมาร์ไม่ได้รับบาดเจ็บเนื่องจากแม่ใช้แขนของตัวเองป้องกันลูกชายเพียงไม่กี่วินาทีก่อนเกิดเหตุ

ส่วนนางอับดุลลาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สมองอย่างรุนแรง กระทั่งเมื่อปี 2561 นางอับดุลลาได้สติขณะนอนรักษาที่ในโรงพยาบาลเยอรมนี ซึ่งลูกชายติดตามความคืบหน้าการรักษาแม่อย่างยาวนานหลายปี

“ผมไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรมของแม่ เพราะผมคิดเสมอว่า สักวันหนึ่งแม่จะตื่นขึ้นมาครับ เหตุผลที่ผมแบ่งปันเรื่องราวของแม่เพื่อบอกให้คนอื่นอย่าสิ้นหวังกับคนรัก อย่าคิดว่าคนนั้นตายไปแล้วเมื่ออยู่ในสภาพเช่นนี้ แม่นั่งเบาะหลังกับผม เมื่อเห็นว่ารถบัสจะวิ่งเข้ามาชน แม่กอดผมเพื่อปกป้องผมจากแรงกระแทกครับ” นายโอมาร์ ซึ่งตอนนี้อายุ 31 ปี เปิดใจสัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เดอะ เนชั่นแนล ของยูเออี

ด.ช.โอมาร์ในเวลานั้นไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงศีรษะเป็นรอยช้ำ ส่วนนางอับดุลลาบาดเจ็บและยังอยู่ในที่เกิดเหตุหลายชั่วโมงโดยไม่ได้รับการรักษา ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล ภายหลังย้ายไปรักษาที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งแพทย์ระบุว่าอยู่ในสภาพเป็นผัก คือ ไม่ตอบสนอง แต่สามารถรับรู้ความรู้สึกความเจ็บปวดได้

ต่อมา นางอับดุลลาก่อนถูกย้ายกลับมาที่เมืองอัลไอน์ (เมืองของยูเออีที่เป็นเมืองชายแดนของโอมาน ประเทศเพื่อนบ้าน) ที่เจ้าตัวอาศัยอยู่ และย้ายไปสถานพยาบาลหลายแห่งตามเงื่อนไขของประกันภัย นางอับดุลลาใช้อยู่ที่ยูเออีหลายปี กินอาหารผ่านท่อยาง และยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งได้รับการบำบัดกายภาพเพื่อแน่ใจว่า กล้ามเนื้อจะไม่อ่อนแอเนื่องจากขาดการเคลื่อนไหว

เมื่อปี 2560 ครอบครัวของนางอับดุลลาได้รับเงินช่วยเหลือจากศาลมกุฎราชกุมารแห่งยูเออี และคณะรัฐบาลของกรุงอาบูดาบี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการส่งนางอับดุลลาไปรักษาที่เยอรมนี เข้ารับการผ่าตัดเพื่อกล้ามเนื้อให้แขนและขาที่หดสั้นอย่างรุนแรง และได้รับยาเพื่อปรับภาวะของร่างกายและความตื่นตัวของผู้ป่วย

อีก 1 ปีหลังจากนั้น ลูกชายมีปัญหากับบุคลากรโรงพยาบาลในห้องผู้ป่วยที่แม่นอนรักษา จนเจ้าตัวรู้สึกว่ากลัวทำให้แม่ตกใจ

“แม่ทำเสียงแปลกๆ และผมแจ้งหมอมาตรวจร่างกายของแม่ หมอบอกว่าทุกอย่างปกติ จากนั้น อีก 3 วันถัดมา ผมตื่นขึ้นมากับเสียงบางคนที่เรียกชื่อผม เป็นแม่ผมเอง! เรียกชื่อผม ผมกระโดดด้วยความยินดี หลายปีที่ผมฝันถึงช่วงเวลานี้ และชื่อของผมเป็นคำแรกที่แม่ของเอ่ยปาก” นายโอมาร์เล่าช่วงเวลาน่าประทับใจและซาบซึ้ง

ทั้งนี้ นางอับดุลลา ซึ่งตอนนี้อายุ 59 ปี เริ่มตอบสนองขึ้น ตอนนี้ความรู้สึกเจ็บปวดของร่างกายกลับมาเหมือนเดิมแล้วและมีการสนทนาเล็กน้อย ขณะนี้เดินทางกลับกรุงอาบูดาบี อยู่ในช่วงของการเข้ารับการบำบัดจิตและพักฟื้นต่อไป เหตุผลหลักคือเพื่อจัดระเบียบท่าทางของเธอเวลานั่ง และป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อเกร็งด้วย

บทความก่อนหน้านี้จับยกแก๊งอ้างขจัดยากจน สูบ400ล้านไปเสวยสุข เหยื่อ2แสนคน
บทความถัดไปเอฟ นครนายก ประเดิมสวยนำห่างทรัมป์ 6-3 เฟรม เปิดรอบแรกสอยคิวชิงแชมป์โลก