เจ้าสาวปากีฯฝันสลาย หวังแต่งเจ้าสัวน้อย กลับเป็นชาวนาเลี้ยงเป็ด

New York Times

เจ้าสาวปากีฯฝันสลาย หวังแต่งเจ้าสัวน้อย กลับเป็นชาวนาเลี้ยงเป็ด

เจ้าสาวปากีฯฝันสลาย – นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานเรื่องราวตัวอย่างของสาวปากีสถานที่ย้ายประเทศเพื่อเข้ามาแต่งงานกับหนุ่มจีน ซึ่งเป็นกระแสทางสังคม และเกิดเป็นประเด็นข่าวสะท้อนปัญหาอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีเจ้าสาวชาวปากีสถานอย่างน้อย 150 คนเผชิญชะตากรรมไม่สมหวัง และบางรายโชคร้ายหนักที่ถูกบังคับใช้ค้าบริการ หรือทำงานในบาร์ในคลับ ผิดธรรมเนียมชาวมุสลิมที่เคร่งศาสนา

กรณีล่าสุด เปิดเผยโดย น.ส.ราเบีย กันวาล วัย 22 ปี อาศัยในหมู่บ้านยากจนเมืองกุชรันวาลา แคว้นปัญจาบ แต่งงานกับหนุ่มจีนที่คิดว่าเป็นเศรษฐี  แต่กลับพบว่าเขาเป็นเพียงชาวนายากจน ยิ่งกว่านั้นยังไม่ได้เป็นชาวมุสลิม  หญิงสาวจึงขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตปากีสถานในจีนให้ได้กลับบ้านและยื่นเรื่องขอหย่า ปิดฉากชีวิตสมรสภายใน 8 วัน

ราเยียกลับถึงบ้านแล้ว / Ms. Kanwal back in Gujranwala, her hometown / New York Times

ก่อนหน้าเดินทางมาแต่งงาน น.ส.ราเบียเผยว่า มีลางสังหรณ์ว่าสิ่งที่ฝันไว้อาจไม่เป็นไปตามที่คิด เพราะไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย แม้การพบกันครั้งแรกหญิงสาวจะประทับใจที่ฝ่ายชาย จาง ซูเฉิน วัย 33 ปี  ถือวีซ่านักท่องเที่ยวมายังปากีสถาน แสดงถึงพยายามพูดคุยด้วย โดยอาศัยแอพพลิเคชันแปลภาษาจีนและอูรดูเป็นสื่อกลาง

ทั้งสองพบกันที่สำนักงานจัดหาคู่ในกรุงอิสลามาบัด ชายหนุ่มบอกครอบครัวของฝ่ายว่าเขาเป็นมุสลิมและเอ่ยคำสอนแรกของหลักศาสนาอิสลามให้ฟังทำให้ทุกคนหลงเชื่อ แต่ราเบียสังเกตว่า เขาไม่เคยละหมาด แม้แต่เวลาที่เข้ามัสยิดไฟซาลในกรุงอิสลามาบัด

หลังเสร็จสิ้นพิิธีวิวาห์ในเมืองอุรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน ทั้งคู่ก็เดินทางไปยังมณฑลเหอหนาน ผ่านทุ่งข้าวโพดและข้าวสาลี จนถึงหมู่บ้านตงจางในมลฑลซานตง เจ้าสาวเห็นฟาร์มเป็ดอย่างที่สามีบอก แต่ไม่ได้เป็นฟาร์มใหญ่โตตามที่อวดอ้าง และครอบครัวของเจ้าบ่าวก็ไม่ได้เป็นมุสลิม อีกทั้ง ไม่มีห้องให้ชำระล้างทำความสะอาดก่อนละหมาด

เจ้าสาวปากีฯฝันสลาย
คู่บ่าวสาวใช้ชีวิตสมรสไดเพียง 8 วัน / New York Times

เจ้าสาวเริ่มร้องไห้ที่ถูกแต่งเรื่องหลอกลวงมาตลอดและรู้ความจริงว่าจางไปปากีสถานปีที่แล้วโดยจ่ายค่านายหน้าถึง 14,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 464,000 บาทเพื่อพาเจ้าสาวกลับบ้าน

ส่วนหนุ่มจางเปิดเผยว่าเดินทางไปปากีสถานครั้งแรกและบอกราเบียว่าเขาไม่ได้เป็นมุสลิมและราเบียก็เป็นคนสอนเขาให้รู้จักหลักคำสอนแรกของศาสนาอิสลาม แต่ต่อมา เขาก็กลับคำยอมรับว่าแต่งเรื่องโกหก

เจ้าบ่าวจางอ้างว่าทำงานในฟาร์มเป็ด มีรายได้สูงกว่าเกษตรกรโดยทั่วไป ได้เงินสูงถึง 2,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 92,800 บาทต่อเดือน เทียบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ที่ได้ 180 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5,760 บาทต่อเดือน ซึ่งนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ตรวจสอบไม่ได้ว่าจริงหรือไม่ แต่เมื่อไปสำรวจบ้านของนายจาง พบว่ากำลังสร้างขยายให้มีหลายห้องนอน และปูกระเบื้องเงาวาว

แม่ของจางอายุประมาณ 60 ปี กล่าวว่าลูกสะใภ้เคร่งศาสนา ตนจึงไม่ได้ทำอาหารที่มีเนื้อหมูให้ ทำอาหารอย่างอื่น เช่น ผัดไก่กับมะเขือยาวแทน แต่ไม่ว่าจะทำให้อะไร ลูกสะใภ้ก็ไม่ยอมกิน

การที่นายจางหรือหนุ่มจีนอื่นๆ จำเป็นต้องไปหาเจ้าสาวในต่างแดนเพราะในหมู่บ้านไม่มีผู้หญิง ผู้หญิงปากีสถานยังอยู่ในหมู่บ้านอีกหลายคนและบางคนตั้งครรภ์ด้วย

ราเบียกล่าวว่าครอบครัวสามีขังเธอไว้ในห้อง 2 วันเพื่อกดดันให้เธออยู่ (แต่หนุ่มจางปฏิเสธ) ตนจึงส่งอีเมล์ไปยังสถานเอกอัครราชทูตปากีสถานให้ช่วยติดต่อตำรวจและพาเธอกลับปากีสถาน

“ช่วงเวลา 8 วันในจีนน่ากลัวมากจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้” ราเบียบอกและกล่าวว่าเธอทำเรื่องหย่าที่ศาลเมืองกุชรันวาลา โดยระบุในใบคำร้องว่าสามีบังคับให้เธอทำในสิ่งที่ผิดศีลธรรม ซึ่งเธอยอมตายดีกว่าต้องอยู่ร่วมกับเขา

สาเหตุที่หนุ่มจีนนำเข้าเจ้าสาวจากต่างประเทศเพราะอัตราส่วนเพศชายและหญิงไม่สมดุลกัน ธนาคารโลกระบุว่า เมื่อปี 2560 มีผู้ชาย 106.3 ต่อผู้หญิง 100 คน ซึ่งเป็นผลจากนโยบายลูกคนเดียวที่ดำเนินมา 30 ปี เพราะชาวจีนนิยมมีลูกชายมากกว่าลูกสาว

คู่นี้เจ้าบ่าวจีนอายุ 42 เจ้าสาวปากีฯ อายุ 19 / new.qq.com

ส่วนปากีสถานมีปัญหาการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นตามความเติบโตทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นผลจากสายสัมพันธ์อันดีระหว่างจีนกับปากีสถาน รวมทั้ง ข้อริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทางของจีน ทำให้ชาวจีนหลั่งไหลมาเป็นแรงงานและนักลงทุนในปากีสถาน

รัฐบาลปากีสถานแจ้งว่า ไม่นิ่งนอนใจและกวาดล้างนายหน้าจัดหาคู่สมรสซึ่งจับกุมชาวจีนและชาวปากีสถานได้หลายคนพร้อมตั้งข้อหาค้ามนุษย์ ส่วนสถานเอกอัครราชทูตจีนปฏิเสธว่าเจ้าสาวปากีสถานไม่ได้ถูกปฏิบัติไม่ดีตามที่กล่าวอ้าง

โซเฟีย ริชาร์ดสัน ผู้อำนวยการฮิวแมนไรต์วอตช์ ประจำประเทศจีน กล่าวว่า ผู้หญิงและเด็กหญิงปากีสถานตกเป็นเหยื่อทางเพศ และปัญหาค้ามนุษย์ในปากีสถานซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในประเทศเอเชียยากจน เช่น เกาหลีเหนือ พม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนาม

บทความก่อนหน้านี้อุปไมย การเมือง จาก เปรม ติณสูลานนท์ กับ “ประยุทธ์”
บทความถัดไปสานพลังชุมชน ขับเคลื่อนสุขภาวะเด็กปฐมวัย