จำคุก12ปีตร.ยิงมั่ว ฆ่าเหยื่อสาวพลเมืองดี กำลังจะแต่งงาน สะเทือนใจข้ามทวีป
จำคุก12ปีตร.ยิงมั่ว – เมื่อ 8 มิ.ย. เอพี รายงานคำพิพากษาคดีการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐอเมริกาที่สะเทือนขวัญข้ามทวีป เนื่องจากเหยื่อเป็นสาวออสเตรเลียที่กำลังจะแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตสมรสที่สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังเกิดประเด็นความขัดแย้งทางสีผิว เนื่องจากนายตำรวจที่ถูกดำเนินคดีและถูกลงโทษเป็นคนผิวดำ ส่วนเหยื่อผิวขาว
นายตำรวจโมฮัมเหม็ด นูร์ อายุ 33 ปี ถูกศาลเมืองมินเนอาโพลิสตัดสินจำคุก 12 ปีครึ่ง จากการยิงน.ส.จัสติน ดามอนด์ ครูสอนโยคะ วัย 40 ปี ชาวออสเตรเลีย-อเมริกัน ถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2560 ขณะหญิงสาววิ่งเข้าไปหาตำรวจที่รถ หลังทำหน้าที่พลเมืองดีโทร.แจ้ง 911 ว่า คนข้างบ้านอาจกำลังทำร้ายคนในบ้านอยู่ แต่ตำรวจเข้าใจผิด นึกว่าคนที่วิ่งเข้าหาเป็นคนร้าย จึงยิงสวนทันที
อ่านข่าว : สังเวยสังคมอาวุธปืนสหรัฐ ตร.ไม่ถามไถ่ ยิงสังหาร”ว่าที่เจ้าสาวออสซี่”

Former Minneapolis police officer Mohamed Noor walks to the podium to be sentenced at Hennepin County District Court Friday, June 7, 2019, . (Leila Navidi/Star Tribune via AP, Pool)
นายนูร์ให้การว่า ตนและเพื่อนตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งจาก 911 ว่า มีผู้ชายทำร้ายผู้หญิงอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง เหตุที่ตนยิงปืนเพราะได้ยินเสียงปังดังลั่น จึงคิดแต่จะปกป้องเพื่อน กระทั่งเมื่อลั่นไกไปแล้ว จึงรู้ตัวว่าทำผิดพลาด
แต่อัยการชี้ว่า นายนูร์ยิงปืนทั้งๆ ที่ไม่เห็นอาวุธในมือเหยื่อสาว จึงไม่อาจรอดพ้นจากการกระทำนี้ไปได้

FILE – In this July 23, 2018, file photo, a poster of Justine Ruszczyk Damond (AP Photo/Amy Forliti, File)
ด้านชาวชุมชนโซมาเลียในเมืองเห็นว่า คดีนี้แตกต่างจากคดีที่ตำรวจยิงพลาดในพื้นที่อื่นๆ ทั่วสหรัฐ เพราะนายตำรวจนูร์เป็นมุสลิมและเป็นคนผิวดำ ดังนั้นทำอะไรก็ผิด เมื่อเทียบกับตำรวจผิวขาวที่ก่อเหตุร้ายแรงกว่านี้อีก กลับไม่ต้องรับโทษขนาดนี้
นายดอน ดามอนด์ คู่หมั้นของเหยื่อที่กำลังจะแต่งงานกัน และนายแซค ลูกชาย รวมถึงครอบครัวเดิมของเหยื่อที่ออสเตรเลีย กล่าวในศาลทั้งน้ำตา ด้วยความสะเทือนใจว่า ยังคงทำใจไม่ได้กับความสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ผู้มีจิตใจดี ร่าเริง สนุกสนาน

นายดอน ดามอนด์ ร่ำไห้กลางศาล เมื่อเอ่ยถึงคู่หมั้นสาวที่จากไป (Leila Navidi/Star Tribune via AP, Pool)
ขณะที่จำเลยกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือระคนร้องไห้และมีสีหน้าสำนึกผิดว่า “ผมอยู่กับเรื่องนี้มาและต้องมีชีวิตอยู่กับเรื่องนี้ไปตลอด ผมได้ก่อโศกนาฎกรรมขึ้นและมันจะติดตัวผมไปตลอด ผมหวังว่าจะช่วยบรรเทาความรู้สึกของคนอื่นๆ จากความสูญเสียที่ผมก่อขึ้น”