วัยรุ่นสาวป่วยโรคชรา หน้าเหี่ยว-แก้มหย่อน ถูกเพื่อนล้อจนเลิกไปโรงเรียน

วัยรุ่นสาวป่วยโรคชรา
เอเชียไวร์

วัยรุ่นสาวป่วยโรคชรา หน้าเหี่ยว-แก้มหย่อน ถูกเพื่อนล้อจนเลิกไปโรงเรียน

วัยรุ่นสาวป่วยโรคชรา – วันที่ 4 ธ.ค. เอเชียไวร์ รายงานชะตากรรมน่าสงสารของ เสี่ยวเฟิง วัยรุ่นสาวชาวจีน อายุ 15 ปี ผู้ป่วยโรคชราในเด็ก จนใบหน้าเธอมีริ้วรอย แก้มและดวงตาหย่อนคล้อย เหมือนคุณป้าวัย 60 ปี

น.ส.เสี่ยวเฟิง อาศัยอยู่ในครอบครัวเกษตกร ที่เทศมณฑลเฮยซาน มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนอายุเพียง 1 ขวบ ใบหน้าของเธอเริ่มเหมือนผู้หญิงวัยกลางคน และลาออกจากโรงเรียนกลับมาอยู่บ้าน เนื่องจากถูกเพื่อนร่วมชั้นรุมแกล้งและเรียกเป็นตัวประหลาดจากความผิดปกติหายากของเธอ

“ฉันดูประหลาดอย่างยิ่งจากเพื่อนร่วมชั้น ทำให้ฉันหยุดไปโรงเรียนและข้างนอก ฉันไม่มีเพื่อนมากมายที่โรงเรียน เมื่อนั่งกับเพื่อนๆ ฉันจะดูเป็นคุณยายของเพื่อนๆ มากกว่า ผู้คนตามท้องถนนทักฉันเป็น “ป้า” ส่วนเพื่อนร่วมชั้นเรียกฉันเป็น “ตัวประหลาด” เมื่อฉันเป็นเด็ก ไม่มีแนวคิดความสวยหรือขี้เหร่ แม้จะมีใบหน้าที่มีริ้วรอย แต่ตัวฉันยังบริสุทธิ์และสดใส และเมื่อโตขึ้น ฉันเริ่มสนใจมากขึ้นเวลาที่ผู้คนมองฉัน ฉันไม่เคยถ่ายภาพ รอยยิ้มของฉันหมดลง”

ด้านพ่อของน.ส.เสี่ยวเฟิงเผยว่า ภรรยาเป็นโรคชราในเด็กเช่นกัน แม้จะไม่ได้พาไปตรวจ แต่รู้ว่าลูกสาวได้รับการถ่ายทอดจากแม่มา “พวกเราไม่ได้รับการศึกษา จึงไม่เข้าใจความผิดพันธุกรรม และเมื่อลูกสาวลืมตาดูโลกแล้ว จึงไปสายเกินไปแล้วที่จะรู้สึกเสียใจ”

น.ส.เสี่ยวเฟิงเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือถึงนายกั้ว หมิงยี่ อายุ 61 ปี ผู้ทำงานการกุศลในหลายพื้นที่กันดารของจีน และได้รับการยกย่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนด้วย ในจดหมาย น.ส.เสี่ยวเฟิง ต้องการชีวิตเหมือนคนปกติ ต้องการเดินบนถนนโดยไม่ต้องหลบตาผู้คน ต้องการกลับไปโรงเรียนและไม่ได้ยินเพื่อนร่วมชั้นนินทาลับหลัง และต้องการเรียนหนังสือเพื่อที่จะเป็นหมอซึ่งเป็นความฝันของเธอ

ด้านนายกั้วประกาศจะช่วยระดมเงินทุนและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว สร้างความฮือฮาแก่ทั่วทุกมุมของสังคมจีน ขณะที่น.ส.เสี่ยวเฟิงจะเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมพลาสติก และกระบวนการเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าใหม่ต่อไป คาดว่าการรักษาจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 2 ล้านบาท

ภาพ – เอเชียไวร์

บทความก่อนหน้านี้‘แม่กลอง’อาลัย สุรจิต ชิรเวทย์
บทความถัดไปสัมพันธ์ การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา สภาวะ “สภาล่ม”