หนุ่มวัย17ถูกฆ่าหั่นเผา สะท้อนความโหดแก๊งยาเสพติดไอริช
หนุ่มวัย17ถูกฆ่าหั่นเผา – เมื่อ 8 ก.พ. ซีเอ็นเอ็น รายงานเบื้องหลังการจบชีวิตอย่างน่าสะเทือนขวัญของวัยรุ่นหนุ่ม คีน มัลรีดี-วูดส์ ที่น่าจะได้ฉลองอายุ 18 ปี ในวันนี้ แต่กลับถูกฆ่าหั่นศพเมื่อเดือนมกราคม ราวกับซีรีส์ทีวี Narcos
เหตุสยองเกิดขึ้นที่เมืองดรอวเฮดอะ หลังจากแก๊งยาเสพติดขัดแย้งกันเอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ มัลรีดี-วูดส์ หายไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. และต่อมาวันที่ 16 ถูกพบเป็นศพ สภาพถูกหั่นแยกชิ้นส่วน บางส่วนถูกทิ้งในกระเป๋ากีฬาพูมา ห่างจากกรุงดับลินประมาณ 50 กิโลเมตร บางส่วน รวมถึงศีรษะถูกพบในรถยนต์ที่ถูกเผาในกรุงดับลิน

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าแขนกับขาอยู่ในกระเป๋ากีฬา ส่วนศีรษะมีแผลฉกรรจ์ มือและเท้าอยู่ในรถที่ถูกเผา แต่ส่วนลำตัวยังหาไม่พบ แก๊งอาชญากรรมสรรหาเด็กผู้ชายและชายหนุ่มมาทำงานโหดๆ เช่น ใช้กำลังทวงนี้ ขณะที่ยาเสพติดอย่างโคเคนกำลังระบาด
เมืองดรอวเฮดอะกำลังอยู่ในช่วงรัดเข็มขัด ไม่มีสวัสดิการสังคมอย่างพอเพียง คนเมืองนี้ถูกปฏิบติราวกับเป็นพลเมืองชั้น 2 ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำบีบให้คนหนุ่มไปเข้าแก๊งอาชญากรรม

ผู้นำพรรคการเมืองทั่วประเทศไอร์แลนด์ ร่วมเดินขบวน (Photo by Richard Wright/SOPA Images/LightRocket via Getty Images)
ความขัดแย้งระหว่างแก๊งยาเสพติดรุนแรงมากขึ้นในเดือน ก.ค. 2561 โดยชายคนหนึ่งที่พัวพันกับอาชญากรรมถูกยิง แม้รอดชีวิตมาได้ แต่ก็เป็นอัมพาต ความรุนแรงในสังคมที่เกิดขึ้นเป็นชนวนให้ผู้คนในเมืองเดินขบวนต่อต้านแก๊งอาชญากรรม
รายงานสำรวจตลาดการค้ายาเสพติดในยุโรปเปิดเผยว่า ไอร์แลนด์มีแนวโน้มจัดหาเด็กผู้ชายและคนหนุ่มมาก่อเหตุรุนแรง เช่น ทวงหนี้ค่ายาจากผู้เสพ ทั้งในเมืองและชนบทหลายแห่งมีศูนย์สายด่วนและช่องทางติดต่อทางสังคมออนไลน์สำหรับนักเสพให้สั่งยาเสพติดได้
เรียกว่าเป็นการค้าแบบ “อูเบอร์ไรเซชั่น” หรือการที่ธุรกิจต้องหยุดชะงักเพราะคู่แข่งที่คาดไม่ถึงหรือคู่แข่งนอกวงการ
วงการค้ายาเสพติดในไอร์แลนด์ แบ่งเป็น 3 ระดับ โดยระดับล่างสุดเป็นพวกสมุนหนุ่มๆ ที่มักส่งไปข่มขู่ ลักขโมย โจมตี ทำลายทรัพย์สิน ส่วนระดับที่ 2 เป็นเยาวชนที่กล้าเสี่ยงขึ้นมาอีกนิด เช่น ส่งยา ครอบครองยา ถือปืน ยิงปืน ทุบตี ขู่กรรโชกเพื่อรับใช้คนระดับเบื้้องบน
เด็กหนุ่มในไอร์แลนด์เข้ามาพัวพันในแก๊งเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ และใช้วิธีการสื่อสารที่ทันสมัย เช่น ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมและสแนปแชท เพื่อยั่วยุฝ่ายตรงข้าม
แต่ปัญหา คือ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เช่น คลิปวิดีโอฆาตกรรมนายมัลรีดี-วูดส์ ซึ่งตำรวจเองก็ยังยืนยันไม่ได้ว่านายมัลรีดี-วูดส์ บันทึกภาพสมุนแก๊งอริออกมาจากโรงยิมในกรุงดับลินหรือไม่

คีน มัลรีดี-วูดส์
ส่วนหนังสือพิมพ์ไอริช ไทมส์ รายงานว่าการต่อสู้กันในกรุงดับลินเกี่ยวข้องกับการลักขโมยกระเป๋าออกกำลังกายใบหนึ่งของสมาชิกแก๊งค้ายาเสพติด รวมทั้ง รองเท้าแตะสีดำขาวอีกคู่หนึ่ง ซึ่งสมาชิกแก๊งโพสต์รูปพวกตนเองในสื่อสังคมออนไลน์ สวมรองเท้าแตะและเยาะเย้ยคู่อริ
ไอริช ไทมส์ ระบุว่าชิ้นส่วนแขนขาของมัลรีดี-วูดส์ ถูกใส่ไว้ในกระเป๋าออกกำลังกายกับรองเท้าแตะสีขาวดำ ซึ่งเป็นข้อความสื่อให้เห็นแรงจูงใจว่าเป็นการฆ่าล้างแค้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าผู้เสียชีวิตถ่ายคลิปหรือทำอะไรลงไปก่อนเกิดการต่อสู้

เมืองที่เกิดเหตุ
ส่วนการศึกษาอาชญากรรมระหว่างไอร์แลนด์และไอร์แลนด์เหนือเมื่อปี 2561 พบว่ามีการเสพโคเคนมากเท่ากับยุคเศรษฐกิจบูมเมื่อปี 2538 และ 2550
โอดาวด์ระบุว่าทั้งคนมีงานทำและคนตกงานต่างก็มีบทส่วนสร้างความรุนแรงมากขึ้นเพราะคนที่มีงานทำก็มีเงินซื้อยาเสพติดมาเสพ ไม่ได้เกี่ยวกับความยากจนเลย แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างปี 2538 กับปัจจุบัน คือ ยาเสพติดหาซื้อได้ตามเมืองใหญ่ไปจนถึงหมู่บ้านเล็กๆ
ย่านมันนีมอร์ เมืองดรอวเฮดอะ เป็นหัวใจของแก๊งยาเสพติดซึ่งคนจนมีบทบาทก่อความรุนแรง เห็นได้จากการที่ตำรวจต้องปาระเบิดเพลิงเผาบ้านของสมาชิกแก๊ง ส่วนแก๊งที่เป็นศัตรูส่งข้อความข่มขู่อีกฝ่ายผ่านลวดลายกราฟิตีบนผนัง

โจแอน มาร์ติน ประธาน คณะกรรมการสภาเขตเลาธ์ประกาศยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย รวมทั้ง การติดตั้งกล้องวงจรปิดในย่านมันนีมอร์และมีโครงการบำบัดเยาวชนติดยา แต่ไม่มีเงินทุนเพียงพอ
เบรนดา เคอร์แวน เครือข่ายแรงใจครอบครัวผู้ติดยากล่าวว่าได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเพียง 7,500 ยูโรหรือประมาณ 258,750 บาทต่อปี เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับประชุมประจำสัปดาห์ ส่วนรายได้อื่นๆ มาจากเงินบริจาคและการระดมทุน ส่วนเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นจิตอาสา
หลายครอบครัวจากทั่วอังกฤษส่งบุตรหลานมาบำบัดที่นี่ และบางคนมาไกลจากออสเตรเลีย สะท้อนให้เห็นว่าวัยรุ่นเป็นวัยว้าวุ่น เพราะมีวัยรุ่นบางคนต้องออกจากโรงเรียนเพราะติดยา
ดังนั้น จึงต้องสอนให้เยาวชนรู้ถึงพิษภัยของยาเสพติดให้มากขึ้น พร้อมย้ำว่ายาเสพติด ติดง่าย แต่เลิกยาก และต้องให้เยาวชนรู้ค่าของชีวิต
////////////