จีนตรวจจับโควิด19ใน15นาที – เมื่อ 15 ก.พ. ซินหัว รายงานว่า ห้องปฏิบัติการโรคระบบทางเดินหายใจแห่งรัฐจีน มีชุดตรวจจับการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 แบบใหม่ ที่ให้ผลลัพธ์ใน 15 นาที ด้วยการทดสอบจากเลือดเพียงหยดเดียวของผู้ป่วย ได้รับการพัฒนาสำเร็จ
ชุดตรวจจับดังกล่าวผ่านการประเมินเบื้องต้นของห้องปฏิบัติการและคลินิก อันเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของสถาบันวิจัยหลายแห่ง ภายใต้คำแนะนำของ จงหนานซาน หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญที่จัดตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

Xinhua
อุปกรณ์นี้ ตรวจจับแอนติบอดี ชนิดอิมมูโนโกลบูลินเอ็ม (IgM) ซึ่งเป็นแอนติบอดี (โปรตีนภูมิคุ้มกัน) ชนิดแรกๆ ที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อใหม่ โดยอุปกรณ์ดังกล่าว ตรวจสอบจากเลือด 1 หยดที่มีพลาสมา (น้ำเลือด) เจือจางกว่าการทดสอบปกติถึง 500-1,000 เท่า แต่กลับแสดงผลลัพธ์ได้ภายใน 15 นาที
เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบกรดนิวคลีอิกด้วยปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบย้อนกลับ (RT-PCR) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้ว ถือว่าการวินิจฉัยด้วยชุดทดสอบใหม่นั้นง่ายดายและมีประสิทธิภาพยิ่งกว่า ทั้งยังมีความว่องไวและความเฉพาะเจาะจงที่สูงขึ้น
อุปกรณ์นี้ทลายข้อจำกัดของวิธีการตรวจสอบดั้งเดิมที่ใช้อยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยย่นระยะเวลาในการทดสอบ จึงบรรลุการวินิจฉัยผู้ป่วยต้องสงสัยและคัดกรองผู้มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว

Xinhua
ชุดตรวจจับนี้ใช้สำหรับการทดสอบในโรงพยาบาลของมณฑลหูเป่ย อันเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายแล้ว ขณะที่ผู้ป่วยบางรายที่ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิกพบว่า มีผลการทดสอบกรดนิวคลีอิกของไวรัสเป็นลบ ได้รับการทดสอบกับชุดตรวจนี้อีกครั้ง และพบว่าส่วนใหญ่มีผลแอนติบอดี ชนิดอิมมูโนโกลบูลินเอ็ม เป็นบวก
ขณะเดียวกัน บริษัทไชน่า เนชันแนล ไบโอเทก กรุ๊ป (China National Biotec Group) เปิดเผยว่าจีนพัฒนาน้ำเลือดหรือพลาสมา (plasma) จากผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ที่หายดีแล้ว สำหรับใช้รักษาผู้ป่วยติดเชื้อคนอื่นๆ
บริษัทระบุว่าจัดเก็บพลาสมาจากผู้ป่วยที่หายดีแล้วบางราย เพื่อนำไปเตรียมสารหรือผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาโรค ซึ่งรวมถึงคอนวาเลสเซนต์ พลาสมา (convalescent plasma) หรือพลาสมาที่มีโปรตีนภูมิคุ้มกัน และอิมมูนโกลบูลิน (immune globulin) หรือโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อต่อต้านโปรตีนบนผิวของเซลล์ไวรัส

Xinhua
หลังเสร็จสิ้นการทดสอบความปลอดภัยทางชีวภาพของเลือด การทดสอบฤทธิ์ต้านและทำลายไวรัส อย่างเข้มงวด บริษัทฯ จึงพัฒนาคอนวาเลสเซนต์ พลาสมาเพื่อใช้สำหรับการรักษาพยาบาล และได้นำไปใช้รักษาผู้ป่วยขั้นวิกฤตจำนวนหนึ่งแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทจัดตั้งคณะเจ้าหน้าที่เพื่อนำอุปกรณ์พิเศษมาใช้เก็บพลาสมาจากผู้ป่วยที่หายดีในนครอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. สำหรับการนำไปใช้รักษาทางคลินิกนั้น มีผู้ป่วยอาการวิกฤต 3 ราย ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเขตเจียงเซี่ย นครอู่ฮั่น ได้รับการรักษาด้วยพลาสมาดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 ก.พ. และขณะนี้มีผู้ป่วยอาการวิกฤตที่รับการรักษาด้วยวิธีเดียวกันนี้มากกว่า 10 รายแล้ว

Xinhua
ผลทางคลินิกชี้ว่า หลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวผ่านไป 12-24 ชั่วโมง ล้วนมีอาการดีขึ้น ดัชนีหลักที่บ่งชี้อาการอักเสบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ดัชนีสำคัญบางประการ อาทิ ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด มีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างครอบคลุม
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าร่างกายผู้ป่วยที่รักษาตัวจนหายส่วนใหญ่จะผลิตโปรตีนภูมิคุ้มกันหรือแอนติบอดี (Antibody) ต้านไวรัสฯ ออกมา เมื่อผู้ป่วยกลุ่มนี้มาบริจาคน้ำพลาสมา และผ่านขั้นตอนการทำให้ไวรัสหมดฤทธิ์ รวมถึงการตรวจสอบจุลชีพก่อโรคต่างๆ ก็จะได้คอนวาเลสเซนต์ พลาสมา โดยวิธีรักษานี้อาจเป็นหนทางที่มีประสิทธิภาพในการลดอัตราการตายของผู้ป่วยวิกฤต
บริษัทฯ ระบุว่าขั้นตอนการเก็บ เตรียม และทดสอบคอนวาเลสเซนต์ พลาสมา มีความปลอดภัย สมบูรณ์ และใช้เวลาน้อย
ด้วยเหตุนี้บริษัทฯ ร่วมกับศูนย์โลหิตนครอู่ฮั่น (Wuhan Blood Center) จึงขอความร่วมมือให้ผู้ป่วยไวรัสที่รักษาตัวจนหายแล้ว ร่วมบริจาคพลาสมาแก่ผู้ป่วยรายอื่นที่ยังอยู่ในภาวะเสี่ยง