เมื่อวันที่ 23 พ.ค. เอเอฟพีรายงานว่า กองทัพพม่าเปิดผลการสืบสวนภายในกรณี สำนักงานสหประชาชาติข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน (OHCHR) ตั้งข้อกล่าวหาทหารพม่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงยา ว่าไม่เป็นจริงตามข้อกล่าวหา เป็นการปั้นเรื่องทำลายภาพพจน์ทหารพม่า กรณีที่ทำผิดมีเพียงลักลอบนำจักรยานยนต์ออกไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ข้อกล่าวหาของ OHCHR มาจากสัมภาษณ์ชาวโรฮิงยาที่หนีตายไปยังบังกลาเทศ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพพม่าทำร้าย ทารุณ ขับไล่ และสังหารชาวโรฮิงยาในปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มสุดโต่งในค่ายพักพิงชาวโรฮิงยาที่รัฐยะไข่ ตั้งแต่เดือนต.ค.2559 ซึ่งอาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แต่การสืบสวนภายในของกองทัพไม่พบว่ามีกรณีดังกล่าว เป็นเพียงเรื่องที่สร้างขึ้นจากความเท็จ

ภาพถ่ายทางอากาศตรงจุดที่ชุมชนโรฮิงยาถูกเผาขับไล่ / Human Rights Watch/Handout via REUTERS

กองทัพพม่าอ้างผลการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ นำโดยพลเอกเอ วิน ผู้บัญชาการทหารบก ว่าข้อกล่าวหาตามรายงานของยูเอ็นนั้นเป็นเรื่องเท็จและจงใจสร้างขึ้นเพื่อทำลายภาพพจน์ของกองทัพพม่า จากข้อกล่าวหาทั้งหมด 18 ข้อ พบว่า 12 ข้อนั้นไม่ตรงตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

แฟ้มภาพ ชาวโรฮิงยานอกเมืองหม่องดอว์ รัฐยะไข่ REUTERS/Soe Zeya Tun/File Photo

ส่วนอีก 6 ข้อที่เหลือนั้นเป็นความเท็จโดยสิ้นเชิงและถูกสร้างขึ้นจากคำโกหก มีเพียงทหาร 1 นาย ลักลอบนำจักรยานยนต์ชาวบ้านออกไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต กองทัพลงโทษตามวินัยด้วยการจำคุก 1 ปี ส่วนผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านกลุ่มหนึ่งถูกลงโทษด้วยการเฆี่ยน เนื่องจากไม่ช่วยกันดับไฟในค่ายพักพิงดังกล่าว

ผลการสืบสวนดังกล่าวขัดแย้งอย่างรุนแรงกับรายงานของ OHCHR เมื่อเดือนก.พ. ที่สัมภาษณ์ผู้อพยพชาวโรฮิงยาในบังกลาเทศกว่า 2,800 คน ระบุว่า เจ้าหน้าที่กองทัพพม่าก่อเหตุสังหารหมู่ ข่มขืน และโยนทารกเข้าไปในบ้านที่กำลังเกิดไฟไหม้

หมู่บ้านในเมืองหม่องดอว์ถูกเผา เมื่อ 27 ต.ค. 2559 REUTERS/Soe Zeya Tun /File Photo

อย่างไรก็ตาม ทั้งกองทัพพม่าและรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีนางออง ซาน ซู จี ร่วมในคณะรัฐมนตรี ปฏิเสธรายงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ว่าไม่เป็นความจริง แต่กลับไม่อนุญาตให้องค์กรต่างชาติ และกลุ่มผู้สืบสวนอิสระเข้าไปในพื้นที่ และตั้งคณะกรรมการสืบสวนภายใน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าขาดความน่าเชื่อถือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน