ปิดเมืองเอาไม่อยู่ อิตาลีปิดทั้งประเทศ โควิดคร่าชีวิตวันเดียวเฉียดร้อย
ปิดเมืองเอาไม่อยู่ – เอพี รายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 9 มี.ค. นายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลี ประกาศมาตรการปิดล้อมพื้นที่ทั้งประเทศที่มีประชากร 60 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. ถึงวันที่ 3 เม.ย. เพื่อสกัดกั้นการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ขณะที่ประเทศเผชิญความวุ่นวายเพิ่มขึ้น เมื่อเกิดเหตุจลาจลในเรือนจำแห่งต่างๆ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 6 ราย
โควิด-19 คร่าชีวิตชาวอิตาลีเพิ่มอีก 97 ราย และทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มเป็น 463 ราย จากผู้ติดเชื้อ 9,172 คน แม้จะมีการปิดแคว้นลอมบาร์ดีและอีก 14 จังหวัดทางภาคเหนือ ครอบคลุมประชากร 16 ล้านคนแล้วก็ตาม

Police stand in front of the entrance of Rebibbia prison’s after inmates staged a protest against new coronavirus containment measures, in Rome, Monday, March 9, 2020. (AP Photo/Andrew Medichini)
มาตรการดังกล่าวหมายถึงการควบคุมการเดินทางทั่วประเทศ จำกัดการเดินทางออกนอกพื้นที่อยู่อาศัย การปฏิบัติตามเงื่อนไขทางสาธารณสุขด้านต่างๆ ห้ามจัดงานสาธารณะ ห้ามจัดการแข่งขันกีฬาทุกชนิด
อ่านข่าว : วิกฤต โควิด-19 อิตาลี ประกาศยกเลิกจัดแข่งทุกกีฬาทั่วประเทศ
การเพิ่มมาตรการตรึงเข้มดังกล่าว ทำให้เกิดเหตุวุ่นวายถึงขั้นจลาจลขึ้นที่เรือนจำหลายสิบแห่ง รวมถึง เรือนจำซาน วิตตอเร เมืองมิลาน เรือนจำเรบิบเบีย กรุงโรม เนื่องจากนักโทษประท้วงมาตรการห้ามญาติเข้าเยี่ยม และมาตรการอื่นๆ เพื่อควบคุมเชื้อ

Inmates stage a protest against new rules to cope with coronavirus emergency, including the suspension of relatives’ visits, on the roof of the San Vittore prison in Milan, Italy, Monday, March 9, 2020. (AP Photo/Antonio Calanni)
ด้านนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวว่า ตอนนี้ไวรัสหยั่งฐานไปแล้วในหลายประเทศ ภัยคุกคามจากการระบาดทั่วโลกนั้นเริ่มเป็นจริงขึ้นมามากแล้ว
ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก มีมากกว่า 113,000 คน ยอดผู้เสียชีวิตมีเกิน 3,900 ราย ส่วนใหญ่อยู่ที่จีน พื้นที่ต้นตอของเชื้อ ส่วนผู้ที่รักษาหายมีมากกว่า 62,000 คน

People wait at a bus stop, in Rome, Monday, March 9, 2020. (Roberto Monaldo/LaPresse via AP)
ขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของเชื้อที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจครั้งใหญ่ บวกกับการปรับตัวของราคาน้ำมันในตลาดโลกซึ่งลดลงไปกว่า 20% เลวร้ายที่สุดนับจากสงครามอ่าวเปอร์เซียปี 2534 หลังเกิดศึกระหว่างโอเปก กับรัสเซีย ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงระนาวอย่างน่าตกตะลึง
บีบีซีรายงานว่า ภาวะซื้อขายหุ้นในตลาดทั่วโลกเลวร้ายที่สุดนับจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก และการที่หุ้นพากันดิ่งลงอย่างฮวบฮาบ รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐที่ดิ่งลงร้อยละ 7.8 และตลาดหุ้นอังกฤษ ดิ่งไปเกือบ 8% ขนาดนี้ ทำให้สื่อเรียกสถานการณ์นี้ว่า “แบล็กมันเดย์”
+++++++++
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ดัชนีหลักทรัพย์ในยุโรป–เอเชีย ปรับตัวลดลงอย่างหนัก พิษสงครามน้ำมันโอเปก–รัสเซีย
