ญี่ปุ่นทุ่มเงินช่วยคนฝ่าโควิด ค้าประเวณีโวย ยังมืดแปดด้าน
ญี่ปุ่นทุ่มเงินช่วยคนฝ่าโควิด – วันที่ 20 เม.ย. ซีเอ็นเอ็นรายงานผลกระทบจากมาตรการชะลอการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศญี่ปุ่น ว่ามีผลพวงไปถึงบรรดากลุ่มผู้ขายบริการทางเพศ ซึ่งแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ แต่ก็ยังอาจไม่เพียงพอ
ผลกระทบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และคำแนะนำจากรัฐไม่ให้ชาวญี่ปุ่นออกนอกเคหะสถานหากไม่มีกิจธุระจำเป็นจริงๆ รวมทั้งมาตการลดระยะห่างทางสังคม ทำให้กลุ่มผู้ขายบริการทางเพศไม่มีลูกค้า
ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นทุ่มงบประมาณถึง 108 ล้านล้านเยน หรือกว่า 32 ล้านล้านบาท เพื่อเยียวยาระบบเศรษฐกิจ โดยหลังการถกเถียงอย่างกว้างขวางจึงยอมให้กลุ่มผู้ขายบริการทางเพศสามารถขอรับความช่วยเหลือจากรัฐได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด อย่างไรก็ดี มาตรการช่วยเหลือกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศนั้นยังมีความไม่แน่นอนสูง
ทางการญี่ปุ่นถือว่าการยินยอมมีเพศสัมพันธ์เพื่อแลกเงินนั้นถือว่าเป็นอาชญากรรม แต่การขายบริการรูปแบบอื่นนั้นสามารถทำได้ อาทิ ผู้ติดตาม (escort) ไปจนถึงการทำออรัลเซ็กส์ ซึ่งช่วงแรกนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ ส่งผลให้ถูกโจมตีและประณามอย่างกว้างขวาง ว่าเลือกปฏิบัติต่อผู้ประกอบอาชีพ
มิกะ ซึ่งทำงานอยู่ในแวดวงดังกล่าว กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือของรัฐที่ได้มานั้นก็มีเงื่อนไขและกระบวนการสลับซับซ้อน รวมทั้งมีความไม่ชัดเจน ว่าต้องเป็นบุคคลที่สูญเสียรายได้ทั้งหมด หรือแค่ลดลง หรือตกงานไปเลย เพราะสูญเสียคนหาลูกค้า
ต่อมาคือ การแสดงหลักฐานถึงรายได้ และการสูญเสียรายได้ สร้างความยากลำบากให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพข้างต้น เพราะเงินเดือนมักไม่สม่ำเสมอ และเงินที่ได้ก็มักเป็นการจ่ายใต้โต๊ะ รวมทั้งหลายคนมีรายได้ไม่ตรงกับการเสียภาษี เพราะต้องปกปิดอาชีพของตัวเอง
“ที่ไม่แน่ใจก็มีอีกอย่างแบบเป็นฟรีแลนซ์อ่ะค่ะ เราอยู่นอกระบบการรายงานเงินได้ แล้วแบบเราจะได้รับความช่วยเหลือมั้ย ดิฉันอยากไปขอนะ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี” มิกะ ระบุ
มิกะ ระบุว่า ปัจจุบันนั้นตนไม่มีลูกค้า และไม่มีรายได้ มีชีวิตอยู่ได้ด้วยการยืมเงินคนอื่นไปวันๆ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือในระยะเวลาอันใกล้ ก็คงไม่มีเงินใช้จ่ายสิ่งของจำเป็น หรือแม้แต่อาหาร รวมไปถึง ไม่มีเงินใช้หนี้ที่ยืมมาด้วย
สถานการณ์ความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศนั้นเกิดขึ้นทั่วโลก แต่มีบางชาติที่รัฐเข้ามาช่วยเหลือเต็มที่ เช่น บังกลาเทศ ซึ่งการขายบริการทางเพศนั้นถูกกฎหมาย รวมถึงมาเลเซีย ที่แม้ถือว่าผิดกฎหมาย แต่ก็ถือว่าเป็นอาชีพ จึงมีความช่วยเหลือให้ระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับไทย
นางลิซ ฮิลตัน จากมูลนิธิ Empower Foundation ผู้เรียกร้องสิทธิให้กับกลุ่มผู้ขายบริการทางเพศในประเทศไทย ระบุว่า แม้อาชีพนี้จะผิดกฎหมายแต่ก็สร้างรายได้เข้าประเทศ 4-6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 2 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นร้อยละ 5-10 ของร้อยละการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือจีดีพี
นางฮิลตัน กล่าวว่า ผู้ขายบริการทางเพศในไทยนั้นอยู่ในภาวะกระเสือกกระสนหายรายได้มาจุนเจือตัวเองและสมาชิกครอบครัวที่เหลือ เฉลี่ยแล้วประมาณ 5-8 คน ต่อผู้ขายบริการหนึ่งคน การที่รัฐบาลไทยมีมาตรการออกมาช่วยเหลือนั้นถือว่าเป็นข่าวดี
