แอมเนสตีเผยคลิปคุกกัมพูชา นักโทษอัดแน่น สงครามยาเสพติดล้มเหลว

แอมเนสตีเผยคลิปคุกกัมพูชา – เมื่อ 13 พ.ค. วีโอเอ รายงานสรุปเนื้อหาการสำรวจสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา จัดทำโดยองค์กร แอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ในชื่อรายงานว่า “ทารุณกรรม ต้นทุนมนุษย์จากการณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในกัมพูชา” ที่มีภาพวิดีโอเผยสภาพในคุกสำหรับขังนักโทษคดียาเสพติดอย่างแออัดยัดเยียด

 

รายงานของแอมเนสตี ประมวลข้อมูลการสัมภาษณ์ชาวกัมพูชา 51 คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้เคยใช้ยาเสพติด 34 คน รวมทั้งข้อมูลเอกสารทางการจากหน่วยงานและกระทรวงต่างๆ สรุปได้ว่า “สงครามยาเสพติด”ของกัมพูชาที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2560 ไม่เพียงล้มเหลว ลดจำนวนยาเสพติดไม่ได้ ยังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบและรุนแรง

รัฐใช้กลไกบังคับกฎหมายเป็นเครื่องมือ ส่งผลให้มีการยัดข้อหาผู้บริสุทธิ์ ทำให้คนล้นคุกและยังมีเรื่องการละเมิด การทรมานในศูนย์บำบัดผู้ติดยา รวมทั้ง คอร์รัปชันตั้งแต่ตำรวจจนถึงในชั้นศาล

แอมเนสตีเผยคลิปคุกกัมพูชา

This screengrab taken from an undated handout video from Amnesty International released on May 12, 2020 shows prisoners in an overcrowded jail at an unknown location in Cambodia. (Photo by Handout / Amnesty International / AFP) /

ระหว่างเดือน ม.ค. 2560- มี.ค. 2563 มีผู้ถูกจับกุมตกเป็นผู้ต้องหาเสพหรือจำหน่ายยาเสพติด 55,770 คน ส่วนสำนักงานต่อต้านยาเสพติดแห่งชาติ รายงานว่าจำนวนนักโทษพุ่งสูงขึ้นร้อยละ 78 หลังจากเริ่มประกาศสงครามยาเสพติด

จากที่มีนักโทษ 21,900 เมื่อช่วงสิ้นปี 2559 เพิ่มเป็น 38,990 คนในเดือน มี.ค. 2563 ทั้งที่เรือนจำในกัมพูชา รองรับนักโทษได้ 26,593 คน คุกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงพนมเปญ ขังนักโทษถึง 9,500 คน มากกว่าจำนวนที่รองรับได้ถึง 4 เท่า

ผู้ที่ถูกจับกุมหลายพันคนไม่ได้ถูกตั้งข้อหา แต่ถูกควบคุมตัวในศูนย์บำบัดผู้ติดยาสเพติดและศูนย์กิจการสังคม ส่วนใหญ่ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมและมีการทรมานหรือข่มเหงราวกับคนเหล่านั้นไม่ใช่มนุษย์

แฟ้มภาพรอยเตอร์ – เจ้าหน้าที่กัมพูชาเผาทิ้งยาเสพติดที่ยึดได้ ที่กรุงพนมเปญ ปี 2555 / REUTERS

ขณะที่มีการทุจริตคอร์รัปชันทุกขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่การจับกุมจนถึงคุมขัง เริ่มตั้งแต่ตำรวจที่มาจับกุมผู้ต้องสงสัย หากผู้ต้องสงสัยหรือญาติต้องการให้ข้อหาเบาขึ้น หรือผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเร็วขึ้น หรือต้องโทษคดีที่เบาขึ้น แม้แต่ปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์ที่ถูกยัดข้อหาในตอนแรก ก็ทำได้ด้วยการคอร์รัปชัน

ผู้ให้สัมภาษณ์คนหนึ่งเปิดเผยว่าน้องสาวถูกตำรวจจับ ตำรวจเสนอให้จ่ายเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,200 บาท เพื่อแลกกับการเขียนรายงานใหม่

Amnesty International

ส่วนอีกคนหนึ่งย้อนความหลังให้ฟังว่าน้องชายถูกแจ้งข้อหาลักลอบขนยาเสพติด ต้องโทษจำคุก 25 ปี แม้ว่าน้องชายไม่มีความผิดและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด ผลตรวจปัสสาวะก็ไม่เป็นสีม่วง แต่กลับถูกจับเพราะชายคนหนึ่งซึ่งไม่รู้จักใส่ร้าย จึงยอมจ่ายเงิน 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 384,000 บาท เพื่อให้คดีจบไปเพราะไม่อยากให้น้องชายติดคุก 25 ปี

ด้านนายชิน มาลิน โฆษกกระทรวงยุติธรรมกัมพูชาปฏิเสธรายงานดังกล่าวและกระบวนการจัดทำรายงานทั้งหมด พร้อมกับชี้แจงว่าคณะผู้จัดทำรายงานไม่ได้มาปรึกษากับเจ้าหน้าที่กระทรวงที่เกี่ยวข้องก่อนเปิดเผยรายงานดังกล่าว จึงเป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอยและไม่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

ขณะที่นายเพช พิเซ ผู้อำนวยการบริหารความโปร่งใสนานาชาติแห่งกัมพูชา กล่าวว่าการคอร์รัปชันในศาลกัมพูชาเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการจัดอันดับดัชนีการคอร์รัปชันทั่วโลก ซึ่งกัมพูชาอยู่ในอันดับที่ 162 จากทั้งหมด 180 ประเทศ

////////

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เลือกตั้งกัมพูชา: ประชาธิปไตยในความกลัว?

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน