อินไซด์ต่างประเทศ

วิจักขณ์ ชิตรัตน์

ใครๆ ก็บอกว่ามัลดีฟส์ เป็นเมืองสวย น่าไปเที่ยว แต่ความสวยมักมีสิ่งที่น่าเกลียดซุกซ่อนเสมอ เช่น สลัม ขยะ อาชญากรรม ฯลฯ ไม่ได้หมายถึงมัลดีฟส์เท่านั้น แต่หมายถึงโลกและอนาคตของโลกด้วย

มัลดีฟส์เป็นหมู่เกาะเล็กๆ ขนาด 5.7 ตร.ก.ม. มีเมืองหลวงคือ มาเล่ ประชากรราว 150,000 คน และมีการเพิ่มจำนวนเร็วมาก สิ่งที่ตามมาคือขาดแคลนที่อยู่ ขยะล้นเมือง ขาดแคลนน้ำจืด ไฟฟ้า ต้นไม้ใหญ่ถูกโค่นลงเกือบหมดเพื่อสร้างตึกสูง ผืนดินจะมีขนาดเล็กลงเพราะน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลง

บางคนบอกว่า การคุมประชากรคือทางออก? วันนี้เขตยากจนที่สุดของมาเล่ คน 40 คน แออัดกันอยู่ในพื้นที่แค่ 23 ตร.ม. หรือเท่ากับคอนโดฯ ขนาดเล็กบ้านเราที่อยู่กันแค่ 1-2 คนเท่านั้น

ในปี 2017 ประชากรโลกมีอยู่ 7.6 พันล้านคน ในปี 2050 จะเพิ่มป็น 9.8 พันล้าน และเมื่อสิ้นศตวรรษที่ 21 จะมี 11 พันล้านคน ถึงวันนั้นคนที่อยู่ในมาเล่จะอยู่อย่างไร? หรืออาจจะไม่มีใครอยู่แล้วก็ได้ เพราะอพยพหนีความอดอยาก ภัยแล้ง หนีน้ำท่วม

มัลดีฟส์เสี่ยงที่จะถูกกลืนด้วยน้ำทะเลพอๆ กับไมอามี่ สิงคโปร์ ซิดนีย์ ฮ่องกง กรุงเทพฯ แต่ไม่ต้องกลัวอนาคตให้มาก เพราะวันนี้ประชากรโลกเกือบครึ่งก็อาศัยในพื้นที่ราบต่ำอยู่แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าหากมองในแง่คณิตศาสตร์ ชาวโลกมีที่อยู่เหลือเฟือแน่นอน แม้ทุกวันนี้ที่ว่าแออัด จริงๆ แล้วเมืองต่างๆ ที่เราอาศัยใช้พื้นที่แค่ 3% ของพื้นผิวโลกเท่านั้น แต่ความจริงคือ เมื่อหักพื้นที่ที่ใช้งานไม่ได้ เช่น ทะเลทราย เราจะเหลือที่เท่าใด?

แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่าพื้นที่เพาะปลูกที่เราใช้กันถึง 35-40% ของโลก และเมื่อพลโลกจะเพิ่มเป็น 9.8 พันล้านคนในปี 2050 พื้นที่เพาะปลูกจะเพิ่มขึ้นจนไม่เหลือพื้นที่ใดๆ อีก

ทางออกของที่อยู่พอมองเห็น คือ อยู่แนวตั้งมากขึ้น (ตึกสูง) แต่การผลิตอาหารจะออกทางไหน? คำตอบคือ ทุกวันนี้เราเพาะปลูกอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ต้องโยนพืชผลที่ไม่ได้มาตรฐานทิ้งไปถึง 40% อีกประเด็นหนึ่งคือ พืชผลการเกษตรที่ชาวโลกปลูกอยู่นั้น 75% ปลูกเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ คนไม่ได้กินโดยตรง

นักวิชาการเลยเสนอว่า 1) ต้องเพาะปลูกให้มีผลผลิต/พื้นที่ สูงขึ้น 2) ลดการทานเนื้อสัตว์ซึ่งจะช่วยลดพื้นที่เพาะปลูก

ส่วนใครที่คิดว่าหากประเทศที่ตัวเองอยู่มันไม่สุขสบายหาทางย้ายไปที่อื่นดีกว่า ก็อาจต้องคิดใหม่ เพราะเมื่อใด ที่ใด ก็ตาม ที่ทรัพยากรขาดแคลน เมื่อนั้นก็ไม่มีใครเห็นแก่หน้าใครนัก

สหประชาชาติบอกว่าปี 2016 เป็นปีที่มนุษย์ย้ายถิ่นฐานสูงสุดนับแต่สิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ สูงถึง 65 ล้านคน

ในอนาคตจะมีคนขออพยพเพราะเหตุของภัยธรรมชาติที่เป็นผลจากภาวะโลกร้อน เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง โรคระบาด ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากกว่าวันนี้ที่หนีภัยสงคราม หรือย้ายไปเพื่อเสาะหาสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียมของมนุษยชน ฯลฯ

ใครที่คิดจะอยู่ยืนยาวถึง 60-70 ปีข้างหน้า ก็ต้องเตรียมพร้อมให้มากหน่อย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน