เอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. โรงพยาบาลจีนในเมืองเสิ่นหยาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แจ้งว่า นายหลิว เสี่ยวปอ อดีตผู้นำนักศึกษาที่เรียกร้องประชาธิปไตย และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปี 2553 เสียชีวิตแล้ว ด้วยวัย 61 ปี หลังจากถูกปล่อยตัวจากเรือนจำด้วยอาการป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย
ก่อนเสียชีวิต ประเด็นการป่วยหนักของนายหลิวเป็นที่ถกเถียงระหว่างกลุ่มเพื่อนนายหลิว กับทางการจีนที่ยืนกรานจะไม่ยอมให้ส่งตัวไปรักษาต่างประเทศ ทั้งที่โรงพยาบาลเชิญแพทย์ชาวเยอรมันมาช่วยดูอาการแล้ว
นายหลิวเป็นนักโทษทางการเมืองที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวแบบมีทัณฑ์บนจากคุกไปอยู่โรงพยาบาล หลังติดคุกมานาน 3 ปี จากโทษคุมขัง 11 ปี ตามความผิดฐานปลุกระดมเป็นแกนนำยื่นเสนอการปฏิรูปประชาธิปไตย เมื่อปี 2552

เมื่อครั้งเป็นผู้นำนักศึกษา
องค์กรปกป้องสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเรียกร้องให้รัฐบาลจีนปล่อยตัวนายหลิวมานานหลายปีตั้งแต่ปี 2553 แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ กระทั่งถึงตอนนี้อาการหนัก เมื่อเป็นมะเร็งขั้นสุดท้าย ทำให้กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ และบรรดานักเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย แถลงประณามทางการจีนอย่างกว้างขวาง ระบุว่า เป็นฆาตกรรมทางการเมือง

กับภรรยาคู่ชีวิตและอุดมการณ์ REUTERS
นายม่อ เฉาผิง ทนายความของนายหลิวเปิดเผยว่า แพทย์วินิจฉัยพบว่านักสิทธิคนดังป่วยเป็นโรคมะเร็งตับเมื่อ 23 พ.ค. ปีนี้ ก่อนได้รับการปล่อยตัวโดยมีทัณฑ์บนในอีก 2-3 วันต่อมา และเป็นข่าวไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.
นายหลิว เกิดในครอบครัวนักวิชาการ ที่เมืองฉางชุน มณฑลจี้หลิน ศึกษาด้านวรรณกรรมและมีผลงานเป็นหนังสือวรรณกรรมวิจารณ์หลายเล่ม ซึ่งต่อมาทางการสั่งให้เป็นหนังสือต้องห้าม
เคยมีบทบาทเป็นผู้นำนักศึกษาเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินก่อนลงเอยด้วยการนองเลือดเมื่อทหารเข้าล้อมปราบในเดือนมิ.ย.2532 นายหลิวถูกจับด้วย และได้อิสรภาพเมื่อปี 2534
เมื่อออกมา หลิวพยายามเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทางการปล่อยนักโทษการเมืองรายอื่นๆ ด้วย จึงถูกจับไปอยู่ค่ายแรงงาน 3 ปี ช่วงปี 2539-2542 จนต่อมาเมื่อพ้นโทษจึงไปเรียนหนังสือ และจบปริญญาเอกสาขาวรรณกรรมจีน
แม้เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป่ยจิง นอร์มัล ยูนิเวอร์ซิตี อยู่พักหนึ่ง แต่ก็ต้องถูกห้ามสอน เพราะมีประวัติเคยเป็นผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์เทียนอันเหมินมาก่อน
ชีวิตรักกับหลิวเซี่ย ภรรยา ยังเป็นที่ซาบซึ้งของผู้อื่น เพราะเป็นผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน