ม้ามองโกเลียโคลนนิ่งสำเร็จ นักวิทย์เล็งใช้ช่วยสกัดสูญพันธุ์
ม้ามองโกเลียโคลนนิ่งสำเร็จ – วันที่ 14 ก.ย. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการสร้างม้าโคลนนิ่งสายพันธุ์พรีวาลสกี้ หรือม้าป่ามองโกเลีย จากสารพันธุกรรมม้าสายพันธุ์นี้ที่เคยเก็บไว้นานถึง 40 ปี จุดประกายความหวังการกอบกู้สัตว์ใกล้สูญพันธุ์
ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นที่สวนสัตว์นครซานดิเอโก ซาฟารี ปาร์ก ที่รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าลูกม้าตัวนี้เกิดเมื่อ 6 ส.ค. จากแม่ม้าอุ้มบุญ สร้างความตื่นเต้นให้วงการโคลนนิ่ง เนื่องจากพรีวาลสกี้ ถือเป็นม้าป่าสายพันธุ์สุดท้ายของโลก และกำลังใกล้สูญพันธุ์
มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชียและยุโรป แต่มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ สาเหตุหลักมาจากการถูกมนุษย์รุกรานถิ่นที่อยู่อาศัย โดยนักวิทยาศาสตร์คาดว่า ม้าป่าสายพันธุ์สุดท้ายของโลกนั้นเหลืออยู่เพียงแต่ในสวนสัตว์ และหาไม่ได้อีกแล้วตามป่า ยกเว้นในประเทศมองโกเลีย
นายไรอัน ฟีแลน ผู้อำนวยการองค์กร รีไวฟ์ แอนด์ รีสโตร์ ซึ่งเป็นองค์กรนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และกอบกู้สายพันธุ์สัตว์ด้วยการใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ หุ้นส่วนของสวนสัตว์ซานดิเอโก และบริษัท เวียเจ็น เอกวิน ภายใต้โครงการโคลนนิ่ง ระบุว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นการเปิดประตูโอกาสที่จะใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรมเข้ามาช่วยกอบกู้สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์
“ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการดำรงพันธุ์ รวมถึงการโคลนนิ่ง สามารถช่วยกอบกู้เผ่าพันธุ์สัตว์ได้ เพราะทำให้เราสามารถคืนความหลากหลายให้กับระบบนิเวศได้ แทนที่จะปล่อยให้มันสูญหายไปกับกาลเวลา” นายฟีแลนระบุ
รายงานระบุว่า สารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอของม้าตัวนี้ถูกเก็บแช่แข็งไว้โดยสวนสัตว์เมื่อปี 2523 ม้าตัวดังกล่าวเกิดตามธรรมชาติเมื่อปี 2518 ที่ประเทศอังกฤษ และถูกขนมายังสหรัฐฯ ในปี 2521 และตายไปเมื่อปี 2541
แถลงการณ์สวนสัตว์ ระบุว่า “ม้าโคลนตัวใหม่นี้เมื่อโตขึ้นก็จะสามารถสืบพันธุ์ได้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมให้กับประชากรของพวกมัน”
ทั้งนี้ทางสวนสัตว์ตั้งชื่อให้ม้าโคลนตัวนี้ว่า เคิร์ท เพื่อเป็นเกียรติแด่นายเคิร์ท เบเนิร์ชกี ผู้มีคุณูปการสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้งโครงการเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของสวนสัตว์