ปูตินเผย รัสเซียได้วัคซีนตัวใหม่แล้ว หลังจากขึ้นอันดับผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

วลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียได้ออกมายืนยันว่าตอนนี้ประเทศรัสเซียได้ทำการคิดค้น
วัคซีนต้านโควิด-19 ตัวใหม่แล้ว ซึ่งวัคซีนตัวนี้ได้ทำการทดลองกับมนุษย์ไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

Russia to Start Mass Production of Covid-19 Coronavirus Vaccine

วัคซีนดังกล่าวมีชื่อว่า EpiVacCorona มีโปรตีนและเปปไทด์เป็นส่วนสผมขั้นพื้นฐาน ซึ่งวัคซีนตัวดังกล่าวเป็นวัคซีนที่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวที่ 2 ของรัสเซีย โดยจะมีการทดลองแบบควบคุมกับอาสาสมัคร 100 คน เฉลี่ยอายุ 18 -60 ปี

Russia approves world's first COVID-19 vaccine amid concerns over worsening epidemic in winter - Global Times

ซึ่งก่อนหน้านี้รัสเซียคือประเทศแรกในโลกที่ได้ออกมาประกาศใช้วัคซีนต่านโควิด-19 อย่างเป็นทางการ Sputnik-V เป็นชื่อของวัคซีนตัวแรกที่ตั้งชื่อโดย วลาดีมีร์ ปูติน วัคซีนตัวนี้ถูกพัฒนาโดยสถาบันวิจัยกามาเลยา ในกรุงมอสโค แต่อย่างไรก็ตามวัคซีนตัวนี้ยังไม่ได้ถูกใช้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากว่า ทางกรมอนามัยโลก(WHO) ยังไม่มั่นใจวัคซีนที่รัสเซียคิดค้นเท่าไหร่นัก ทางกรมอนามัยโลก(WHO) เลยทำการเรียกร้องให้รัสเซียดำเนินการผลิตวัคซีนตามแนวสากล

Meet the Putins: Inside the Russian Leader's Mysterious Familyอย่างไรก็ตามนายปูติน ได้ออกมายืนยันว่า ทั้งเขาและลูกสาวได้ทำการฉีดวัคซีน Sputnik-V ตัวดังกล่าวแล้ว ถึงแม้ว่าทางกรมอนามัยโลก(WHO) จะไม่ได้บรรจุวัคซีนของทางรัสเซียอยู่ในรายชื่อก็ตาม

ในปัจจุบันมีการคิดค้นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กว่า 100 ชนิด ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่ส่วนที่ได้ทดลองกับมนุษย์ แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดว่า จะไม่มีวัคซีนใดถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการจนกว่าจะถึงช่วงปี 2564

Russia announces first steps to ease border restrictions over COVID-19 - CGTN

สถิติผู้เชื้อไวรัสโคโรน่าในประเทศรัสเซียยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขึ้นเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ไวรัสได้แพร่ระบาดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,868 ราย และเสียชีวิตอีก 244 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมในรัสเซียเพิ่มเป็น 1.35 ล้านราย มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ, อินเดีย, บราซิล ในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิต 23,491 ราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกตอนนี้พุ่งสูงถึง 38.5 ล้านรายแล้ว และเสียชีวิต 1.09 ล้านคน

ขอขอบคุณที่มา npr.org

www.bbc.com

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน