โควิด: สหรัฐป่วยทะลุ 10 ล้านคน – วันที่ 7 พ.ย. เอเอฟพี และ บีบีซี รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ระบาดใหญ่โรคติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา ยังเป็นชาติที่มียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่งของโลก

EPA
เวิลด์โอมิเตอร์ส รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อใหม่มีถึง 132,540 คน เสียชีวิต 1,248 ราย ถือเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ติดต่อกันเป็นวันที่สาม ส่งผลให้สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 10 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 236,000 ราย ท่ามกลางความตึงเครียดจากผลการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ ความขัดแย้งสีผิว ความรุนแรงของตำรวจต่อคนผิวดำ และพิษเศรษฐกิจจากมาตรการชะลอการระบาดโควิด-19
ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกเพิ่มเป็น 49,323,498 คนแล้ว ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1,242,873 ราย หายป่วย 32,481,361 คน หมายความว่า ผู้ติดเชื้อทั่วโลกขณะนี้มีอย่างน้อยเกือบ 16 ล้านคน

AFP
สำหรับสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ในหลายชาติทวีปยุโรป ล่าสุด ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 12 ล้านคน และผู้เสียชีวิตสะสมทะลุ 3 แสนรายแล้ว เป็นรองเพียงทวีปละตินอเมริกา ส่งผลให้หลายชาติยุโรปประกาศยกระดับมาตรการชะลอการระบาดและนำกลับมาตรการล็อกดาวน์กลับมาใช้อีกครั้ง
เช่น ฝรั่งเศสมีผู้ติดเชื้อวันเดียวในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สูงถึง 60,486 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดนับตั้งแต่การระบาด ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มเป็น 1.7 ล้านคน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตมีเกือบ 40,000 ราย เพิ่มขึ้น 828 ราย
ฝรั่งเศสปมีคำสั่งล็อกดาวน์ครั้งที่สอง ประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศตั้งแต่ 22.00-06.00 น. ปิดภาคธุรกิจไม่จำเป็นทั้งหมด ยกเว้นโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็ก ส่วนประชาชนออกนอกบ้านเฉพาะเพื่อเดินทางไปทำงานหากทำงานจากบ้านไม่ได้ ซื้อสินค้าจำเป็น พบแพทย์ หรือออกกำลังวันละ 1 ชั่วโมง คาดว่ามาตรการดังกล่าวมีผลจนถึง 1 ธ.ค.
ขณะที่ทางการอิตาลีประกาศเคอร์ฟิวช่วงเวลา 22.00 ถึง 05.00 น. และใช้มาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ระบาดหนักส่งผลกระทบต่อธุรกิจห้างร้านกว่า 16 ล้านแห่ง
ส่วนกรีซซึ่งเข้าสู่มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศรอบที่สอง ประกาศจะให้สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาทุกแห่งงดให้การเรียนการสอนชั่วคราว ส่วนที่อังกฤษซึ่งกำลังเผชิญกับการระบาดพุ่งสูงต่อเนื่อง เมืองลิเวอร์พูลเดินหน้าโครงการตรวจหาผู้ติดเชื้อทั่วเมืองเพื่อป้องกันไม่ให้จำนวนผู้ป่วยเกินกำลังของระบบสาธารณสุข
ที่โปรตุเกส ประธานาธิบดีมาร์เซโล โรเบโล ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทางด้านสุขภาพ เพื่อให้อำนาจรัฐบาลเพิ่มในการยกระดับมาตรการชะลอการระบาดแล้ว ขณะที่ฮังการีซึ่งรอบ 24 ชม. ที่ผ่านมา เพิ่งมีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากที่สุดเป็นสถิติใหม่ จะนำเข้าวัคซีนจากรัสเซีย เรียกเสียงคัดค้านจากแวดวงวิทยาศาสตร์ตะวันตก อาจไม่ปลอดภัย