ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย ร่วมกันหารือวางแนวป้องกันจีนที่กำลังขยายอิทธิพลการทหารในภูมิภาค พร้อมเตรียมความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร

Asia News
เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 สำนักข่าว ซีเอ็นเอ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โยชิฮิเดะ ซูงะ และ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย สก็อตต์ มอร์ริสัน ร่วมหารือกันเกี่ยวกับสนธิสัญญาป้องกัน ฉบับประวัติศาสตร์ ในวันอังคาร (17 พ.ย. 63) ซึ่งเกี่ยวกับการวางแนวพันธมิตรสำคัญสองประเทศของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อต่อต้านอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาค
การพบปะในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสรุปข้อตกลงการเข้าถึงซึ่งกันและกัน (RAA) ระหว่าง ญี่ปุ่น และ ออสเตรเลีย เพื่อกำหนดกรอบทางกฎหมายสำหรับกองกำลังของกันและกัน เช่น การเยี่ยมชมการฝึกและปฏิบัติการทางทหาร

The Monthly
สนธิสัญญาดังกล่าว ใช้เวลาในการเจรจาหกปี โดยจะต้องให้สัตยาบันโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงฉบับแรกสำหรับญี่ปุ่น นับตั้งแต่มีการลงนามในข้อตกลงสถานะกองกำลังในปีพ.ศ. 2503 ที่อนุญาตให้ สหรัฐฯสามารถตั้งฐาน เรือรบ เครื่องบินขับไล่ และ กองกำลังหลายพันนายในบริเวณดินแดนของญี่ปุ่นซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรทางการทหารที่เป็นรากฐานของความมั่นคงในภูมิภา โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาได้โทรศัพท์คุยกับ ซูงะ โดย ไบเดน กล่าวว่า ฝ่ายบริหารที่จะเข้ามาทำหน้าที่จากคณะทำงานของเขา จะมุ่งมั่นในการรักษาความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิด

CNN
ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย กำลังสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เนื่องจากความกังวลที่มีร่วมกันเกี่ยวกับการขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมทางการทหารของจีน ในทะเลจีนใต้ และ หมู่เกาะในแปซิฟิกตะวันออก โดยเฉพาะการซ้อมรบรอบหมู่เกาะที่มีการพิพาทในทะเลจีนตะวันออก ส่วนในการตอบโต้กับจีน ทำให้เมื่อตุลาคมที่ผ่านมา ซูงะ ได้ไปเยือนเวียดนามและอินโดนีเซีย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งคาดว่า เวียดนามและอินโดนีเซียอาจเข้าร่วมกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ ‘ควอด’ (Quad) ด้วย ซึ่งปัจจุบัน มีประเทศสมาชิก ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และอินเดีย

QUAD
ก่อนหน้านี้ในปีพ.ศ. 2556 ญี่ปุ่นและออสเตรเลียได้ตกลงที่จะแบ่งปันอุปกรณ์ทางการทหาร กระทั่งในปีพ.ศ. 2560 มีการตกลงเพิ่มเติมในการร่วมแบ่งปันอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย ซึ่งออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีอำนาจทางการทหารที่สำคัญในภูมิภาค ขณะเดียวกัน แม้ว่าหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นจะว่างเว้นจากการทำสงคราม แต่กล่าวได้ว่ากองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ก็เป็นหนึ่งในกองกำลังทหารที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในเอเชีย เพียบพร้อมไปด้วยเครื่องบินรบขับไล่ เรือดำน้ำ เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ทั้งยังเพิ่งก่อตั้งหน่วยสะเทินน้ำสะเทินบกที่มีการช่วยเหลือการฝึกจากนาวิกโยธินสหรัฐ