โควิด: อังกฤษจะถวายวัคซีนแด่ควีนเอลิซาเบธ – วันที่ 6 ธ.ค. เอเอฟพี รายงานว่า สหรัฐอเมริกา ชาติที่มียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อจากโคโรนาไวรัสปี 2019 หรือโควิด-19 มากที่สุดอันดับหนึ่งของโลก สร้างสถิติผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งเป็นวันที่ 3 แล้ว พบผู้ติดเชื้อใหม่ถึง 230,000 คน และเสียชีวิตถึง 2,527 รายภายในวันเดียว

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐมียอดผู้เสียชีวิตทะลุ 2,000 รายทุกวันตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ความรุนแรงของการระบาดโดยภาพรวมกลับมาร้ายแรงเทียบช่วงพีกของการระบาดรอบแรกเมื่อตอนต้นปีนี้ ตามคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญที่มองว่าการเดินทางของชาวอเมริกันหลายล้านคนในเทศกาลขอบคุณพระเจ้าอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอีก

ด้านข้อมูลจากศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกกว่า 66 ล้านคนแล้ว ในจำนวนนี้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมกว่า 1.5 ล้านคน ท่ามกลางความหวังของประชาคมโลกต่อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่เริ่มทยอยเข้าสู่กระบวนการรับรองและนำมาใช้จริง

 

ควีนอังกฤษจ่อฉีดวัคซีนป้องโควิด-19

ด้านความเคลื่อนไหวที่ อังกฤษ ชาติแรกของโลกที่หน่วยงานสาธารณสุขอนุมัติการใช้กรณีฉุกเฉิน หรือ อียูเอ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัท ไฟเซอร์ จากสหรัฐ และ ไบโอเอ็นเทค จากเยอรมนี

สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร พระชนมายุ 94 พรรษา พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญถวายวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวมถึง เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชสวามี ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เนื่องด้วยมีพระชนมายุมาก แต่ทั้ง 2 พระองค์จะไม่ได้รับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษใดๆ นอกจากนี้ พระราชบรมวงศานุวงศ์องค์อื่นจะทยอยเข้ารับการถวายวัคซีนด้วย เพื่อช่วยส่งเสริมให้ชาวอังกฤษฉีดวัคซีน และแสดงให้เห็นว่าวัคซีนปลอดภัย ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน

 

WHOเตือนวัคซีนไม่ใช่จุดยุติโควิด

วันเดียวกัน องค์การอนามัยโลก หรือดับเบิ้ลยูเอชโอ เตือนประชาคมโลกว่า แม้ว่าวัคซีนจะช่วยให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ไม่ได้หมายความว่าการมาถึงของวัคซีนจะเป็นจุดจบของการระบาดใหญ่ของไวรัสชนิดนี้ ขณะที่ทางการรัสเซียเริ่มทยอยฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาขึ้นเอง กลุ่มแรกที่ได้รับเป็นผู้ทำงานด้านสาธารณสุข การศึกษา และภาคสังคม

นายไมเคิล ไรอัน หัวหน้าศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของดับเบิ้ลยูเอชโอ กล่าวว่า “วัคซีนไม่ใช่หมายความว่าจะไม่มีโควิด” และเตือนว่าประชาคมโลกส่วนใหญ่จะยังไม่ได้รับวัคซีนในช่วงต้นปีหน้า แต่ระบุว่า วัคซีนจะเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการจัดการกับการระบาดทั่วโลกที่กำลังเกิดขึ้น แต่ลำพังวัคซีนอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

ด้านความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีน ดับเบิ้ลยูเอชโอ ระบุว่า มีบริษัทเอกชนอีก 51 แห่ง อยู่ระหว่างการทดสอบในมนุษย์ ในจำนวนนี้ 13 แห่ง อยู่ในช่วงการทดสอบสุดท้าย ส่วนชาติที่คาดว่าจะอนุมัติแบบอียูเอ ได้แก่ สหรัฐในช่วงปลายเดือนธ.ค. ขณะที่ เบลเยียม ฝรั่งเศส และ สเปน คาดว่าจะนำวัคซีนมาใช้ในช่วงต้นปีหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน