ชาวมาเลย์โวย รัฐใช้มาตรการฉุกเฉินในทางที่ผิด ด้านกษัตริย์แจกวัคซีนให้แก่ราชวงศ์และพระสหาย ทั้งที่ยังไม่อนุญาตใช้วัคซีนยี่ห้อดังกล่าวกับปประชาชน

Malay Mail

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.64 สำนักข่าว เดอะ สเตรทส์ ไทมส์ รายงานว่า ชาวเน็ตมาเลเซียพากันขึ้นแฮชแท็ก #kerajaangagal (รัฐบาลเฮงซวย) พร้อมกับ #Agong (กษัตริย์) วิจารณ์การทำงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล โดยเฉพาะการบริหารการแบ่งสรรวัคซีนของประเทศ ว่ามีลักษณะของการเลือกปฏิบัติต่อประชาชน และใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อรวบอำนาจทางการเมือง ในขณะที่ ราชวงศ์ และ นักการเมือง ได้อภิสิทธิ์ในการใช้ชีวิต

ในโซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ มีการขึ้นแฮชแท็ก #kerajaangagal (รัฐบาลเฮงซวย) พร้อมกับ #Agong (กษัตริย์) รวมกันมากกว่า 1 แสนครั้ง จนทำให้แฮชแท็ดังกล่าว ติดเทรนด์บนโซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ ในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ (17-18 เม.ย.64) ที่ผ่านมา เนื่องจากชาวมาเลเซียต้องการแสดงความโกรธเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐบาล ทั้งในเรื่องการจัดการกับวิกฤต โควิด-19 ไปจนถึงการแบ่งสรรการฉีดวัคซีนที่ไม่เหมาะสมของประเทศ

อัดฮัม บาบา รมว.สาธารณสุขฯ

ความโกรธของประชาชนปะทุขึ้น หลังจากมีการเผยแพร่รายงานของเว็บไซต์ข่าว Asia Sentinel ที่ระบุว่า สุลต่านอับดุลลาห์อาหมัดชาห์ ได้รับการฉีดวัคซีนในระหว่างการเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยวัคซีน ซิโนฟาร์ม ซึ่งวัคซีนดังกล่าว ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในมาเลเซีย ทั้งนี้ พระองค์ยังนำวัคซีนกลับมา มากถึง 2,000 โดส สำหรับฉีดให้คนในราชวงศ์และพระสหายของราชวงศ์

ขณะที่ อัดฮัม บาบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของมาเลเซีย พยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยสื่อสารผ่าน สำนักข่าว เดอะ มาเลยเซียน อินไซทต์ เมื่อวันอาทิตย์ (18 เม.ย.64) ว่า “ผู้เขียนข่าวดังกล่าวได้แหล่งที่มาจากไหนก็ไม่ทราบ เขาพยายามสร้างการรับรู้ในแง่ลบ ต่อประเทศมาเลเซีย”

AP

จากการรายงาน สุลต่านอับดุลลาห์ กษัตริย์ของประเทศ ฮิชามามูดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และ อีดรัส ฮารูน อัยการสูงสุด ได้รับการฉีดวัคซีน ซิโนฟาร์ม ในระหว่างการเดินทางในเดือนมกราคม 2564 ในการพบปะกับมกุฎราชกุมาร ชีค โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยต อัล นาห์ยาน ของประเทศอาบูดาบี ซึ่ง มกุฎราชกุมาร เคยได้รับการฝึกฝนจากกองทัพ แซนด์เฮอรสท์ วิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ร่วมกับสุลต่านอับดุลลาห์

ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระราชินีตุนกู อซิซาห์ เคยโพสต์ในบัญชีอินสตาแกรม เปิดเผยว่า พระองค์ได้รับวัคซีนโควิด -19 ครบทั้ง 2 โดส แต่ต่อมาโพสต์ดังกล่าวถูกลบไป

ขณะที่ ฮานาฟิอาร์ ฮารูนาราชิด แพทย์หนึ่งในสองคน ที่มีชื่ออยู่ในรายงาน ว่าได้รับการฉีดวัคซีน ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยระบุผ่านทวิตเตอร์ โดยระบุว่า “ผมไม่มีอะไรจะพูด เพราะมันไม่เป็นความจริง”

สมเด็จพระราชินีตุนกู อซิซาห์

ชาวเน็ตจำนวนมาก เข้าไปคอมเมนต์ ในอินสตาแกรมของราชินีตุนกู โดยขอให้เธอตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว ซึ่งหลายคน แสดงความโกรธอย่างเดือดดาลต่อองค์สุลต่านและราชินี

เช่น เมื่อวันจันทร์ (19 เม.ย.64) บัญชีผู้ใช้อินสตาแกรม “ronda.c5” คอมเมนต์ในบัญชีอินสตาแกรมของสมเด็จพระราชินีตุนกู อซิซาห์ ว่า “ขออัลลอฮ์สาปแช่งผู้ปกครอง ผู้ใช้อำนาจของพวกเขาในทางที่ผิด โลภ เห็นแก่ตัว ทรยศและทุจริตต่อความไว้วางใจของประชาชน”

รวมถึงในโซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ มีการทวีตวิจารณ์รัฐบาลและพฤติกรรมของราชวงศ์ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่น ทวีต พร้อมแฮชแท็ก #Agong (กษัตริย์) เช่น ผู้ใช้ทวิตเตอร์ “Zhan H.” ทวีตว่า “กษัตริย์อันเป็นที่รักของเรา ไปฉีดวัคซีนลับหลัง และแอบนำวัคซีนมาให้แค่เฉพาะครอบครัวและเพื่อน ๆ ด้วยความช่วยเหลือของ รัฐบาลเฮงซวย เรื่องพวกนี้ถูกปิดบังอยู่ใช่หรือไม่”

REUTERS/Lim Huey Teng

ทั้งยังมีแฮชแท็ก #kerajaangagal (รัฐบาลเฮงซวย) เนื่องจากชาวมาเลเซียรู้สึกโกรธแค้นอย่างหนักตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 เพราะประชาชนเห็นถึงการเลือกปฏิบัติ ความสองมาตรฐานในการตอบสนองของรัฐบาลต่อประชาชน มีประชาชนถูกปรับเงินอย่างหนักและถึงขั้นจำคุก เนื่องจากละเมิดระเบียบการด้านสุขภาพ ในขณะที่ชนชั้นสูงรวมถึงนักการเมือง ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน

ความคับข้องใจยังเกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียหลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อโควิด -19 ในมาเลเซียพุ่งมีจำนวนมากกว่า 2,000 ราย ทั้งที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน แต่ประชาชนมาเลเซียกลับได้รับคำเตือนให้เตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดระลอก 4 ที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันจันทร์ที่ 19 เม.ย. มาเลเซียรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด -19 รายใหม่ 2,078 ราย ซึ่งเป็นวันที่ห้าติดต่อกันที่ผู้ป่วยสูงกว่า 2,000 ราย จากเดิมมีแนวโน้มต่ำกว่า 2,000 รายเป็นเวลาหกสัปดาห์ติดต่อกัน

REUTERS/Lim Huey Teng

นอกจากนี้ โซเชียลมีเดียทวิตเตอร์ มีผู้ทวีตแฮชแท็ก #kerajaangagal (รัฐบาลเฮงซวย) มากกว่า 100,000 ครั้ง เช่น ผู้ใช้ทวิตเตอร์ อามาร์ ระบุว่า “1. พวกเขาล้มเหลวในการจัดการการแพร่ระบาดแม้จะผ่านไป 1 ปีแล้ว 2.ประชาชนโกรธแค้นมาก 3.กฎหมายฉุกเฉินเป็นวิธีรวบอำนาจการทางการเมืองที่ดูบริสุทธิ์และชอบธรรมเพื่อให้พวกเขา (ราชวงศ์และรัฐบาล) อยู่รอด”

อีกหลายบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ ทวีตตั้งข้อสังเกตต่อความสองมาตรฐานของรัฐบาล เช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รองรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวศิลปะและวัฒนธรรมคนใหม่ เข้าพิธีสาบานตน ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนัก และมีการปิดพรมแดนของประเทศ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เป็นต้น

REUTERS/Lim Huey Teng

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน