เมื่อวันที่ 16 พ.ย. เดอะการ์เดียนรายงานเปิดประวัตินางเกรซ มูกาเบ วัย 52 ปี ภริยานายโรเบิร์ต มูกาเบ วัย 93 ปี ผู้ครองอำนาจการปกครองประเทศซิมบับเว นานกว่า 30 ปี ตั้งแต่ซิมบับเวได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2523 กระทั่งล่าสุดทั้งสองถูกกักบริเวณเมื่อกองทัพเข้ายึดอำนาจ วันที่ 15 พ.ย.

นางเกรซตกเป็นข่าวว่าเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการยึดอำนาจครั้งนี้ หลังจากทำให้สถานการณ์การเมืองตึงเครียดจนพรรครัฐบาลแตก เมื่อเปิดศึกกับนายเอ็มเมอร์สัน เอ็มนันกักวา รองประธานาธิบดี ภายในพรรค เพื่อชิงเป็นทายาทผู้นำการเมืองต่อจากสามี โดยนางเกรซได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังตำรวจ ส่วนคู่แข่งมีทหารหนุนหลัง

นายเอ็มนันกักวา วัย 75 ปี กระเด็นออกจากตำแหน่งและถูกขับออกจากพรรค Zanu PF ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งที่ทำงานให้พรรคมานานกว่า 40 ปี จึงทำให้กองทัพที่สนับสนุนอยู่แสดงอาการไม่พอใจและเตือนนางเกรซมาแล้ว

เคียงข้างสามี เมื่อเดือนมิ.ย. 2560 / AFP PHOTO / Jekesai NJIKIZANA

นางเกรซเข้าสู่วงจรอำนาจหลังก้าวสู่ชีวิตรักกับนายมูกาเบ ตอนนั้นหญิงสาวแต่งงานอยู่ก่อนแล้วและทำงานเป็นพนักงานพิมพ์เอกสารให้ท่านผู้นำ แต่สังเกตได้ว่า นายมูกาเบส่งสายตาให้ และแวะเวียนมาทักทายพูดคุยถามไถ่ถึงครอบครัว และการใช้ชีวิตสมรสของเธอเสมอ

ต่อมานางเกรซเลิกรากับสามี และตกเป็นเป้าสายตาว่าเข้าไปพัวพันกับนายมูกาเบ ผู้ที่แก่กว่าตัวเอง 40 ปี อีกทั้งมีภริยาเป็นตัวเป็นตนชื่อนางแซลลี แต่ด้วยความที่นางแซลลีป่วยเป็นมะเร็งและเข้าสู่วาระสุดท้าย นายมูกาเบจึงไม่รอช้าที่จะเริ่มชีวิตคู่กับเกรซในทันที

เมื่อนางแซลลีเสียชีวิตในปี 2535 อีก 4 ปีต่อมา นายมูกาเบก็จัดงานแต่งงานใหม่กับสาวเกรซอย่างเอิกเกริก อลังการ เชิญแขกเหรื่อกว่า 40,000 คนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงนายเนลสัน แมนเดลา ตอนนั้นนางเกรซมีลูกให้นายมูกาเบแล้ว 2 คน จนหลังงานแต่งจึงมีเพิ่มคนที่ 3

แต่งงานวันที่ 17 ส.ค. 2539 REUTERS/Howard Burditt – PBEAHUMWKBR

การดำรงตำแหน่งของนางเกรซในช่วงแรกยังคงโลว์โพรไฟล์ เพียงแค่ไปออกงานสำคัญและทำงานการกุศล ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง สนุกอยู่กับการช้อปปิ้งจนได้ฉายาว่า “กุชชี่ เกรซ” ล้อเลียนการซื้อแบรนด์หรู และมีทริปลือลั่นหนึ่งที่ไปกรุงปารีส มีบิลช้อปปิ้งสูงถึง 75,000 ปอนด์ หรือราว 3.26 ล้านบาท

ต่อมา สตรีหมายเลขหนึ่งของซิมบับเวเริ่มทดลองบทบาทใหม่ๆ มากขึ้น เริ่มจากการเป็นนักธุรกิจไปลงทุนในธุรกิจทั้งเหมืองและฟาร์ม ซึ่งลงเอยล้มเหลวไม่เป็นท่า อีกทั้งยังถูกโจมตีว่า ใช้กิจการส่วนตัวไปผลักดันกระบวนการปฏิรูปที่ดิน

ในปี 2552 นางเกรซตกเป็นข่าวอื้อฉาวว่าใช้บอดี้การ์ดไปหิ้วช่างภาพชาวอังกฤษ ที่แอบมาถ่ายรูปเธอในโรงแรมที่ฮ่องกง มาให้เธอชกหน้าด้วยตัวเอง เพราะไม่พอใจที่ถูกตามถ่ายรูป

ปี 2555 หญิงสาวแสดงเจตจำนงที่จะเป็นใหญ่ทางการเมือง ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์ว่าได้เรียนรู้อะไรมากมายจากนายมูกาเบ จนเป็นผู้หญิงที่แกร่งขึ้น จากนั้นในปี 2557 เกรซส่งสัญญาณว่าจะเป็นทายาททางการเมืองของสามี เมื่อขึ้นตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มสตรีภายในพรรค Zanu-PF และประกาศว่า “มีคนว่าฉันอยากเป็นประธานาธิบดี ก็ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ฉันไม่ใช่ชาวซิมบับเวหรืออย่างไร”

มูกาเบจูบเมียรัก งานฉลองเอกราชปีที่ 37 เมื่อเม.ย.2560 / AFP PHOTO AFP PHOTO / Jekesai NJIKIZANA

แต่ความพยายามเป็นใหญ่ทางการเมืองของนางเกรซมาผิดจังหวะ เพราะขณะที่เศรษฐกิจของประเทศไม่สู้ดี นางเกรซกลับยังใช้ชีวิตหรูหรา จนถูกขนานนามว่า “First Shopper” ขาช็อปหมายเลขหนึ่ง แทนที่จะเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง

นอกจากนี้ ตกเป็นข่าวอื้อฉาวมาเป็นระยะ โดยเฉพาะข่าวลงไม้ลงมือกับนางแบบสาว กาเบรียลลา อิงเกิลส์ ในโรงแรมที่นครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ จนต้องใช้เอกสิทธิ์ทางการทูตคุ้มครอง เพื่อยุติคดีความ

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน