นักข่าวพม่าใจสู้ซีเอ็นเอ็น รายงานผลกระทบหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมียนมา 1 .. ต่อสื่อมวลชน และชีวิตชะตากรรมของ นักข่าวพม่าใจสู้ จำนวนมาก

นายชอว์น คริสปิน ผู้แทนอาวุโสคณะกรรมาธิการคุ้มครองสื่อ สะท้อนถึงความยากลำบากในการรายงานข่าวของสื่อมวลชน กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมาเป็นวิกฤตด้านมนุษยธรรมสำหรับสื่อมวลชน

ไม่เพียงแต่นักข่าวถูกจำกัดเสรีภาพในการทำงานเท่านั้น แต่ยังถูกทหารและตำรวจไล่ล่าจับกุมอีกด้วย

This screengrab shows security forces beating a resident in Thaketa township in Yangon, as the crackdown continues against demonstrations by protesters against the military coup. (Photo by Handout / various sources / AFP)

นายคริสปินกล่าวว่านักข่าวหลายคนสูญหายไปในเรือนจำโดยไม่ได้รับสิทธิให้ติดต่อครอบครัวและทนายความ ส่วนองค์กรสื่อต้นสังกัดไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อนักข่าวเหล่านี้ เรือนจำจึงเสมือนกล่องดำที่แท้จริง

หลายปีที่ผ่านมา สื่อมวลชนเมียนมามีเสรีภาพมากขึ้นภายในรัฐบาลพลเรือน แต่ถึงกระนั้น ดัชนีเสรีภาพสื่อในปีนี้ จัดทำโดยองค์กรสื่อไร้พรมแดน จัดอันดับเมียนมาให้อยู่ที่ 140 จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก

Smoke rises from a fire at the Gandamar shopping center in Yangon, as the country continues to be in turmoil after the February military coup. (Photo by Handout / various sources / AFP)

นายเย วินต์ ธู นักข่าวอายุ 30 ปลาย ทำงานให้กับสำนักข่าวเสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า หรือ ดีวีบี ซึ่งเกาะติดสถานการณ์การประท้วงมาตั้งแต่วันแรก แต่ตอนนี้ ต้องหลบหนีพร้อมกับภรรยาโดยนำเครื่องคอมพิวเตอร์แลปทอป โครงการการทำงานและเอกสารสำคัญติดตัวไปด้วย

นักข่าวพม่าใจสู้

Ye Wint Thu / CNN

สองสามีภรรยาต้องอาศัยอยู่บ้านเพื่อน ญาติมิตรและเพื่อนร่วมงานโดยต้องเปลี่ยนที่ซ่อนตัวทุกคืนเพื่อหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่เพราะเย วินต์ ธู เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ทางการต้องการตัวและประกาศจับผ่านทางสถานีโทรทัศน์โดยอ้างว่าทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 505a เนื่องจากเผยแพร่ข่าวเท็จหรือสร้างความหวาดกลัวซึ่งอาจได้รับโทษสูงสุดถูกจำคุก 3 ปี

ด้านสถานเอกอัครราชทูตตะวันตกหลายประเทศในเมียนมาระบุว่ามีนักข่าวกว่า 80 คน ถูกจับกุมตัวตั้งแต่วันที่ 1 .. และกว่าครึ่งยังไม่ได้รับการปล่อยตัว

นักข่าวพม่าใจสู้

Ye Wint Thu เย วินต์ ธู ยังคงรายงานข่าวอย่างไม่ย่อท้อ / CNN

เย วินต์ ธู กล่าวว่าสำนักงานดีวีบีถูกปิด หลังจากเช้าวันที่ 1 .. สัญญาณถ่ายทอดของสถานีโทรทัศน์เอกชนทุกช่องถูกตัดทำให้ต้องถ่ายทอดผ่านดาวเทียมแทน แต่กองทัพก็สั่งให้ประชาชนเปลี่ยนไปรับชมสถานีโทรทัศน์ของกองทัพผ่านดาวเทียมพีเอสไอ ขณะนี้ ดีวีบีกำลังหาดาวเทียมช่องสัญญาณอื่นแทนและกำลังมองหาช่องทางอื่นๆ ทั้งเว็บไซต์ ยูทูบและเฟซบุ๊ก

นักข่าวส่วนใหญ่กำลังหลบหนีและไม่สามารถทำงานอย่างเสรีและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตบนท้องถนนได้เพราะตกเป็นเป้าหมายของเจ้าหน้าที่ นักข่าวต้องเลี่ยงด้วยการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์และพึ่งพาภาพจากประชาชนที่ถ่ายภาพหรือคลิปและโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์หรือส่งให้นักข่าวซึ่งคลิปส่วนใหญ่ถ่ายจากหลังหน้าต่างหรือกำแพงแสดงให้เห็นทหารยิงประชาชน ทุบตีหรือละเมิดสิทธิมนุษยชน

Ye Wint Thu / CNN

ส่วนนายโท ซอว์ ลัตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของดีวีบี กล่าวว่ากองทัพพยายามควบคุมสื่อมวลชนและการสื่อสารไว้ทั้งหมดแล้วแทนที่ด้วยการปล่อยข่าวชวนเชื่อจากกองทัพ

ขณะที่นักข่าวต้องทำงานใต้ดินผ่านเครือข่ายเล็กจากสถานที่ปลอดภัยหรือเซฟ เฮาส์ต่างๆ โดยไม่มีการระบุชื่อนักข่าว พร้อมทั้งกำชับนักข่าวสังกัดว่าอย่าเสี่ยงทำข่าว หากต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

การรายงานข่าวของ นักข่าวพม่าใจสู้ ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ แม้แต่การส่งภาพก็ทำได้ยาก นักข่าวต้องย่อขนาดไฟล์ให้เล็กมากๆ เพื่อความสะดวกในการส่งไฟล์และไม่สามารถใช้สัญญาณไวไฟจากจุดที่นักข่าวอัพโหลดไฟล์ได้เพราะเจ้าหน้าที่อาจจะสืบเสาะจนรู้ที่ซ่อน จึงต้องขอใช้สัญญาณไวไฟจากคนที่เชื่อใจได้

นายโท ซอว์ ลัตต์ เป็นพลเรือนชาวออสเตรเลียซึ่งเดินทางไปออสเตรเลียตั้งแต่ปลายเดือน เม.. และขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการกักตัวหลังจากเข้าออสเตรเลีย

Toe Zaw Latt / CNN

ด้านทินนักข่าวหญิงที่ทำงานให้สื่อออนไลน์เมียนมา นาวกล่าวถึงความลำบากในการทำงานว่าสำนักงานถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงบุกเมื่อกลางเดือน มี.. และถูกยึดใบอนุญาต แต่ตนยังทำหน้าที่ต่อไป

บ่อยครั้งที่โทรศัพท์ใช้งานไม่ได้หรือได้ยินเสียงปืนดังสนั่นในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำลังยิงทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสาร จึงต้องใช้โทรศัพท์ 23.00 . หรือเที่ยงคืน เมื่อคิดว่าไม่ได้ยินเสียงปืนดัง

การทำหน้าที่สื่อ มีทางเลือก 2 ทางเท่านั้น หากต้องการทำหน้าที่ต่อไป ต้องหนีหรือซ่อนในที่ที่เจ้าหน้าที่จะไม่พบตัวซึ่งต้องเผชิญกับการไร้เสรีภาพในการรายงานข่าว

นักข่าวพม่าใจสู้

Kay Zon Nwe ถูกจับกุม / CNN

ขณะที่นายบรัง ไม ผู้ก่อตั้งวารสารรายสัปดาห์มิตจีนา รายงานสถานการณ์ทางตอนเหนือของรัฐคะฉิ่น กล่าวว่าถูกทหารยึดใบอนุญาตเมื่อวันที่ 29 เม.. และพนักงานหลายคนถูกจับกุม ตนพยายามหาทนายให้กับนักข่าวที่ถูกจับกุมตัว

ขณะเดียวกัน ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับครอบครัวและพนักงานคนอื่นๆ พร้อมทั้ง จ้างคนขับรถที่ไว้ใจได้ อีกทั้ง หาเซฟ เฮ้าส์เพื่อรายงานข่าวต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนวิธีการมาเป็นการรายงานทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น

แม้นักข่าวมืออาชีพถูกจำกัดการทำงานหรือถูกจับ แต่หนุ่มสาวในเมียนมากลับตั้งกลุ่มทำงานใต้ดินเพื่อพิมพ์ข่าวแจกหรือใบปลิวและแอบไปแจกให้ประชาชนตามถนนหรือโยนลงมาจากสะพานหรือติดตามเสาไฟฟ้าซึ่งมีทั้งข่าวเกี่ยวกับการยึดอำนาจ การจับกุม ทหารทำร้ายประชาชนและแม้แต่บทกวี

CNN

ส่วนอาสาสมัครนักเคลื่อนไหวตั้งสถานีวิทยุคลื่นสั้นเฟดเดอรัล เอฟเอ็มเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สถานการณ์การเมืองและข่าวสารเกี่ยวกับสหภาพสหพันธรัฐ โดยออกอากาศทุกวันพฤหัสบดีถึงอาทิตย์ในนครย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ ซึ่งจะขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป

เพราะเป็นช่องทางการสื่อสารที่ใช้งานได้ดี แม้สัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดและสำนักข่าวต่างๆ ใช้สัญญาณดาวเทียมไม่ได้ แต่คลื่นวิทยุยังทำหน้าที่สื่อสารไปถึงประชาชนได้

สื่อยังคงทำหน้าที่สื่อท่ามกลางวิกฤตเสรีภาพ นักข่าวหลายคน รวมทั้ง เย วินต์ ธู ตั้งปณิธานว่าจะรายงานข่าวและทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป

////////////////

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รัฐบาลกองทัพเมียนมา ตั้งข้อหาผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่น “เผยแพร่ข่าวปลอม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน