ชาวญี่ปุ่น เมินคำแนะนำรัฐ ปฏิเสธการทำงานที่บ้าน ซื้อสุรานั่งดื่มในที่สาธารณะ

7 พ.ค. 2564 - 20:04 น.

ชาวญี่ปุ่น เมินคำแนะนำในการลดการแพร่ระบาดโควิด-19 ปฏิเสธการทำงานที่บ้าน และสถานบริการปิด ทำให้ เกิดปรากฏการณ์ ซื้อแอลกอฮอล์ มานั่งดื่มรวมกันในที่สาธารณะ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

AP

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.64 สำนักข่าว เอพี รายงานว่าประชาชนชาวญี่ปุ่น เพิกเฉยต่อคำแนะนำเพื่อลดการแพร่ระบาดโควิด-19 ต่อมารัฐบาลประกาศขยายสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติม

รถไฟที่อัดแน่นไปด้วยผู้โดยสารที่กลับมาทำงาน หลังจากวันหยุดประจำชาติเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นรู้สึกผิดหวังเพราะรัฐบาลออกคำสั่งให้บาร์แอลกอฮอล์-สุราปิด ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกมานั่งดื่มในพื้นที่สาธารณะ ชาวญี่ปุ่นมีการวางแผนเพื่อจัดการประท้วง เนื่องจากจะมีการมาเยือนของ นาย โทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล

การระบาดของโควิด-19 ในญี่ปุ่น เกิดขึ้นก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโตเกียวจะเริ่มเพียง 11 สัปดาห์ โดย ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับวัคซีนน้อยที่สุดในโลก ประชาชนจำนวนมากเผชิญกับอาการเครียดจากทั้งปัญหาทางสังคมและการเมือง

IOC

รัฐบาลญี่ปุ่น พยายามอย่างยิ่งที่จะแสดงให้สาธารณชนเข้าใจว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ จึงพยายามผลักดันการจัดงานโอลิมปิกให้ถึงที่สุด แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจำนวนมากจะไม่เห็นด้วย ในวันศุกร์ (7 พ.ค.) รัฐบาลประกาศตัดสินใจที่จะขยายพื้นที่และช่วงเวลาสถานการณ์ฉุกเฉินใน โตเกียวและพื้นที่อื่น ๆ ไปจนถึงวันที่ 31 พ.ย.64

สำหรับ นาย โยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น การประกาศภาวะฉุกเฉิน เป็นทั้งมาตรการด้านสุขภาพและการเดินอยู่บนสภาวะการเมืองที่มีความสุ่มเสี่ยง เนื่องจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนในประเทศ ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นมีความมุ่งมั่นที่จะจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

การมาเยือนของนาย โทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ จะกลายเป็นเรื่องที่ “ยากอย่างยิ่ง” เนื่องจากมีการขยายเวลาฉุกเฉิน นาง เซโกะ ฮาชิโมโตะ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน โตเกียวโอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้ยอมรับถึงความกังวลนี้ ในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ (7 พ.ค.)

AP

ญี่ปุ่นหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการฉุกเฉินที่รุนแรงมาโดยตลอด และการประกาศมาตรการต่าง ๆ ก็เป็นเพียงการขอความร่วมมือจากประชาชนเท่านั้น ทำให้ผู้คนและภาคธุรกิจมีอิสระที่จะเพิกเฉยต่อการประกาศมาตรการฉุกเฉิน ต่อมามาตรการเหล่านี้ได้เริ่มมีความเข้มงวดมากขึ้น แต่ความอดทนของประชาชนชาวญี่ปุ่นเริ่มลดน้อยลง ส่งผลให้ชาวญี่ปุ่นให้ความร่วมมือน้อยลง และทำให้การประกาศภาวะฉุกเฉินมีประสิทธิผลน้อยลง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจะขยายระยะเวลาของสถานการณ์ฉุกเฉินที่เดิมที ครอบคลุมจังหวัดโตเกียว โอซากา เกียวโต และ เฮียวโงะ ไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่ยังเพิ่มจังหวัดไอจิและฟุกุโอกะ โดยทั้งหมดจะมีผลอย่างเป็นทางการภายในช่วงบ่ายวันศุกร์

Times

ในวันศุกร์ (7 พ.ค.) นับเป็น 2 วันหลังจากวันหยุดเทศกาล “โกลเด้นวีค” ของชาวญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ 29 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคม ประชาชนญี่ปุ่นกลับมาใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ ต่อมาจังหวัดโตเกียว มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มากถึง 907 คน เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 635 คน ทั้งที่มีการใช้สถานการณ์ฉุกเฉินในโตเกียว ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา


เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดของญี่ปุ่น กล่าวว่า อาจมีผู้ได้รับการทดสอบไวรัสน้อยลงอย่างมาก ในช่วงวันหยุด เนื่องจากศูนย์ทดสอบและโรงพยาบาลหลายแห่งปิดให้บริการ และเตือนว่าตัวเลขในช่วงวันหยุด และหลังช่วงวันหยุด อาจไม่สะท้อนความเป็นจริง

AP

ในช่วงวันหยุด มีผู้คนจำนวนมาก เดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดเกียวโตและนารา แม้ว่ารัฐบาลจะมีคำแนะนำให้ประชาชนอาศัยอยู่ในบ้านก็ตาม รัฐบาลมีคำสั่งปิดสถานบริการที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ทำให้ในหลายพื้นที่พบว่า มีชาวญี่ปุ่นถือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมขนมขบเคี้ยว มารวมตัวกันในสวนสาธารณะ และถนนในตัวเมืองเป็นจำนวนมาก และเมื่อวันหยุดสิ้นสุดลง ผู้คนจำนวนมากได้ขอกลับมาทำงานในสถานที่ทำงาน และปฏิเสธการทำงานจากระยะไกล ทำให้ชาวญี่ปุ่นต้องเดินทางไปและกลับที่ทำงาน ด้วยรถไฟฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยผู้คน

การประกาศขยายสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ ส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของการจัดงาน เพราะในวันที่ 17 พ.ค.64 นี้ นาย โทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล จะเข้ามาสังเกตการณ์สถานการณ์ว่าญี่ปุ่นจะสามารถเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ และยังต้องเลื่อนกำหนดวันจัดงานอีกหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันมีการกำหนดการจัดงานไว้ในวันที่ 23 กรกฎาคม – 8 สิงหาคม 2564

Reuters

แม้จะมีคำวิจารณ์ว่ารัฐบาลเริ่มใช้มาตรการฉุกเฉินช้ากว่าที่ควร แต่ นาย ซูกะ ก็ต้องการที่จะทำร้ายเศรษฐกิจที่ได้รับความเสียหายจากการระบาดใหญ่ซ้ำอีก เขาได้ให้คำมั่นว่าจะใช้ภาวะฉุกเฉินให้สั้นและเข้มข้น แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะระบุว่า เวลาเพียงสองสัปดาห์นั้นสั้นเกินไป ที่จะชะลอการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินต่อเนื่องสามครั้งของญี่ปุ่น เกิดขึ้นเพียง 1 เดือนหลังจากมาตรการก่อนหน้านี้สิ้นสุดลงในพื้นที่โตเกียว มาตรการกึ่งฉุกเฉินที่เข้มงวดน้อยกว่า ได้ขยายเป็น 8 จังหวัดจาก 6 จังหวัดในปัจจุบัน โดยมีข้อกำหนดว่า บาร์และร้านอาหารจำเป็นต้องปิดก่อนเวลาปกติ

นับตั้งแต่เกิดการระบาด ญี่ปุ่นมีผู้ติดเชื้อประมาณ 616,000 คน มีผู้เสียชีวิตประมาณ 10,500 คน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ระบบการแพทย์ในจังหวัดโอซาก้า ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเสียชีวิตที่บ้าน เนื่องจากเตียงว่างในโรงพยาบาลนั้นไม่เพียงพอ

JP Times

ก่อนหน้านี้ มาตรการฉุกเฉินของญี่ปุ่น เป็นเพียงการขอความร่วมมือที่ไม่บังคับ แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลได้บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับมาตรการป้องกันไวรัสให้เข้มงวดขึ้น เพื่อออกคำสั่งที่มีผลกับธุรกิจที่ไม่จำเป็น และลดเวลาทำการหรือออกคำสั่งให้ปิด บาร์ สตูดิโอ คาราโอเกะ และสถานบันเทิงอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะยังคงปิดให้บริการจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 64

ห้างสรรพสินค้าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ สนามกีฬาและห้องแสดงคอนเสิร์ตจะได้รับอนุญาตให้รองรับได้เพียงครึ่งหนึ่งจำนวนที่นั่ง ทั้งนี้ การสวมหน้ากาก การอาศัยอยู่ในบ้าน และมาตรการอื่น ๆ สำหรับประชาชนทั่วไป ยังคงเป็นคำขอที่ไม่เป็นการบังคับ

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่น ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้วัคซีนที่ล่าช้า ซึ่งปัจจุบัน มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรน้อยกว่าร้อยละ 1 นับตั้งแต่เริ่มการฉีดวัคซีนในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 64 ที่ผ่านมา

AP

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ชาวญี่ปุ่น เมินคำแนะนำรัฐ ปฏิเสธการทำงานที่บ้าน ซื้อสุรานั่งดื่มในที่สาธารณะ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง