ตำรวจเฮติ เปิดโฉมหน้า "ทีมสังหารต่างชาติ" ซัลโวประธานาธิบดี 12 นัด

9 ก.ค. 2564 - 21:45 น.

ตำรวจเฮติ – เมื่อวันที่ 9 ก.ค. บีบีซี รายงานความคืบหน้าการลอบสังหารประธานาธิบดีโฌเวเนล มออิซ ผู้นำเฮติ ถึงบ้านพักบนเขาเหนือกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมื่อราว 01.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อวันพุธที่ 7 ก.ค. ว่า พล.ต.อ.เลอง ชาร์ล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเฮติ แถลงข่าวรายละเอียดของทีมสังหารเป็นกลุ่มทหารรับจ้าง 28 คน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

AFP

ในจำนวนนี้ 17 คน เป็นชาวโคลัมเบีย 15 คน และชาวอเมริกันเชื้อสายเฮติ 2 คนถูกจับกุมหลังยิงต่อสู้กับตำรวจในบ้านพักที่หลบซ่อนตัวในเมืองหลวง ขณะที่ไต้หวันยืนยันว่า 11 คนจาก 17 คน เข้ามาหลบในสถานทูตประจำกรุงปอร์โตแปรงซ์ด้วย ขณะที่ผู้ต้องสงสัยที่เหลือ 8 คน ยังหลบหนี ส่วนอีก 3 คน ถูกยิงวิสามัญฆาตกรรม

ระหว่างการแถลงข่าว ตำรวจเฮติเปิดเผยโฉมหน้าผู้ต้องสงสัยถูกสวมกุญแจมือไพล่หลังสภาพเปื้อนเลือดและฟกช้ำมานั่งพื้นเรียงกันหน้ากระดาน พร้อมหลักฐานที่ยึดได้ต่อหน้าสื่อมวลชน เป็นหนังสือเดินทางโคลัมเบีย อาวุธ กระสุน “ชาวต่างชาติเข้ามาประเทศของเราเพื่อสังหารประธานาธิบดี” พล.ต.อ.ชาร์ล กล่าว

นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ เลอ นูแวลลิสต์ ของเฮติ รายงานว่า สิ่งของที่ผู้ต้องสงสัยครอบครองมีธนบัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สมุดเช็คส่วนตัวของประธานาธิบดี และเซิร์ฟเวอร์ที่จับภาพกล้องวงจรปิดจากบ้านพักของประธานาธิบดีด้วย

REUTERS

ขณะที่รัฐบาลโคลัมเบียแถลงว่า ทีมสังหารอย่างน้อย 6 คน เป็นทหารเกษียณโคลัมเบีย และให้คำมั่นที่จะช่วยเหลือเฮติในการสอบสวน ส่วนกระทรวงต่างประเทศสหรัฐยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า พลเมืองตนเองถูกจับกุมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม สื่ออเมริกันและแคนาดารายงานว่า พลเมืองอเมริกัน 1 ใน 2 คนที่ถูกจับกุม ชื่อนายเจมส์ โซลาเจส วัย 35 ปี จากรัฐฟลอริดา เป็นอดีตบอดี้การ์ดสถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำเฮติ

AFP

ขณะที่หนังสือพิมพ์ เลอ นูแวลลิสต์ รายงานคำสัมภาษณ์ของนายเคลมองต์ โนเอ็ล ผู้พิพากษาสืบสวนว่า นายโซลาเจส และพลเมืองสหรัฐอีกคน ชื่อนายโจเซฟ วินเซนต์ หางานทำจากอินเตอร์เน็ต มาเป็นล่ามแก่ทหารรับจ้างที่เฮติ “ภารกิจคือจับกุมประธานาธิบดีมออิซ แต่ไม่ใช่สังหาร”

ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธบุกเข้าไปถึงบ้านพักประธานาธิบดีเฮติ จากนั้น ยิงนายมออิซและนางมาร์แต็ง ภริยา และห้องทำงานและห้องนอนประธานาธิบดีมออิซถูกตรวจค้นระหว่างการโจมตีด้วย


SANTELICES / AFP

นายมออิซถูกพบนอนหงายพร้อมแผลกระสุน 12 จุด ถูกควักลูกตาข้างหนึ่ง และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่นางมาร์แต็งบาดเจ็บสาหัส ถูกย้ายไปรักษาไปฝั่งสหรัฐ ในรัฐฟลอริดา ด้วยอาการทรงตัว

คลิปวิดีโอนาทีสังหารเผยกลุ่มติดอาวุธชุดดำปลอมเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (DEA) ตะโกนว่า “นี่คือปฏิบัติการของ DEA ทุกคนหมอบลง!” ส่วนลูกทั้งสามคนอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว โดยลูกสาวรอดชีวิตจากการหลบซ่อนตัวในห้องนอน ขณะที่ 2 คนรับใช้ที่บ้านพักประธานาธิบดีถูกร้ายจับมัดตัว

Pierre Michel Jean / AFP

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนบางส่วนโกรธแค้นและเข้าร่วมค้นหามือสังหาร และช่วยตำรวจติดตามผู้หลบซ่อนตัวในพุ่มไม้ ต่อมา จุดไฟเผารถยนต์ผู้ต้องสงสัย 3 คันและทำลายหลักฐาน ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเฮติขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ท่ามกลางประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่ยังมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ และประเทศโดมินิกัน ชาติเพื่อนบ้าน ที่ยังปิดพรมแดน

ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า ใครเป็นผู้วางแผนการโจมตีและแรงจูงใจคืออะไร แต่นายโคลเดอ โฌแซ็ฟ นายกรัฐมนตรีเฮติรักษาการ บอกบีบีซีว่า ประธานาธิบดีมออิซ วัย 53 ปี อาจตกเป็นเป้าเนื่องจากกำลังต่อสู้กับ “ผู้มีอำนาจ” ในประเทศ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

จับตายแก๊ง “ทหารรับจ้าง” ลอบฆ่าผู้นำเฮติ ชี้ปลอมเป็นจนท.สหรัฐบุกทำเนียบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ตำรวจเฮติ เปิดโฉมหน้า "ทีมสังหารต่างชาติ" ซัลโวประธานาธิบดี 12 นัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง