ตำรวจจีนบุกจับเจ้าของร้าน หลังแอบใส่ “ผงฝิ่น” ลงไปในอาหาร ทำลูกค้าติดใจไปหลายราย อ้างทำไปเพราะจำเป็น หลังโดนพิษโควิดเล่นงาน

เหตุการณ์เกิดขึ้นปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สถานีตำรวจในเมืองเหลียนหยุนกัง มณฑลเจียงซู ประเทศจีน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีคนหนึ่งว่า มีร้านอาหารในท้องถิ่นแอบใช้ส่วนผสมผิดกฎหมายลงไปในอาหาร

โดยพลเมืองดีกล่าวว่า เขาเพิ่งชมวิดีโอเตือนภัยเกี่ยวกับพ่อค้าบางราย ที่แอบใส่ดอกฝิ่นลงไปในอาหารเพื่อทำให้รสชาติดีขึ้น ซึ่งตัวเขาเองก็มีร้านอาหารประจำ เมนูที่ชอบทานคือ“บะหมี่เหลียงผี” (บะหมี่เย็นคลุกเคล้าส่วนผสมต่างๆ ราดด้วยซอสถั่ว น้ำมันพริก หรือน้ำส้มสายชู) บะหมี่มันมีรสชาติอร่อยและถูกปากเขามาก ๆ จึงรู้สึกสงสัยขึ้นมาว่า ร้านดังกล่าวทำแบบเดียวกันหรือไม่

จากนั้นพลเมืองดีได้นำตัวอย่างบะหมี่มาให้ตำรวจทดสอบ ผลปรากฏว่า มีสารที่พบในดอกฝิ่นอย่าง ปาปาเวอรีนและสารแปลกปลอมอื่น ๆ ในบะหมี่ ทางตำรวจจึงประสานงานไปยังองค์การอาหารและยาเพื่อเข้าตรวจค้นร้านดังกล่าว

เมื่อไปถึงร้าน ตำรวจได้พบกับหม้อน้ำมันพริกต้องสงสัย จึงยึดไปตรวจสอบและผลที่ได้คือ มีสารที่พบในดอกฝิ่นเจืออยู่ในนั้น“น้ำมันพริกถูกผสมด้วยผงฝิ่น ทำให้บะหมี่มีรสชาติดีขึ้น แต่ผลเสียคือมันทำให้ผู้คนเสพติดและเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้” ตำรวจกล่าว

หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ ในที่สุด “นายหลี่” เจ้าของร้านก็ยอมรับสารภาพว่าใส่ผงฝิ่นลงไปจริง โดยอ้างว่าตนไม่มีทางเลือก มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้ร้านกลับมาขายดีอีกครั้ง หลังจากเจอพิษโควิดเข้าไป

นายหลี่กล่าวว่า เขาเคยได้ยินเรื่องใส่ฝิ่นลงไปในอาหารแล้วรสชาติจะดีขึ้น จึงลองสอบถามพ่อค้าเครื่องเทศดูและพ่อค้าก็มอบผงฝิ่นแก่เขา เขานำผงฝิ่นที่ได้ไปผสมเข้ากับน้ำมันพริก และนำน้ำมันพริกไปคลุกกับบะหมี่ให้ลูกค้าทาน

หลังจากแอบใส่ผงฝิ่นลงไป ร้านก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จากเดิมกำไรต่อวันอยู่ที่หลักพัน ตอนนี้กำไรอยู่ที่หลักหมื่น เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากนั้นนายหลี่ก็โลภมาก แอบใส่ผงฝิ่นลงไปในน้ำมันพริกเรื่อย ๆ จนความลับแตก โดนตำรวจรวบตัว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน

ขอบคุณที่มา odditycentral, sohu

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน