จีนวางแผนลดการใช้ – วันที่ 25 ต.ค. ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า จีนวางแผนที่จะลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเหลือต่ำกว่า 20% ภายในปี 2603 (ค.ศ. 2060) ตามเอกสารของคณะรัฐมนตรีที่เผยแพร่ในสื่อของรัฐเมื่อวันอาทิตย์

แนวทางดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดมาตรการใหม่ว่าด้วยจีน ผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ที่สุดในโลก จะลดการปล่อยกคาร์บอน มีขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ผู้นำระดับโลกจจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติปี 2564 หรือ COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ สกอตแลนด์ คาดว่าจะวางแผนเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงทศวรรษนี้

ประธานาธิบดีสีไม่ได้เดินทางออกจากจีน ตั้งแต่เริ่มการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และไม่มีท่าทีที่จะเข้าร่วม COP26 ด้วยตัวเองด้วย ขณะที่รัฐบาลยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดของคณะผู้แทนที่จะเข้าร่วม

…………..

เอกสารทางการให้ความกระจ่างมากขึ้นว่า ประธานาธิบดีสีตั้งใจที่จะทำตามคำมั่นสัญญาก่อนหน้านี้เพื่อปล่อยมลพิษสูงสุดภายในปี 2030 และบรรลุความเป็นกลางของคาร์บอนภายในปี 2060

ทั้งนี้ ความเป็นกลางคาร์บอน หรือการปล่อยมลพิษสุทธิเป็นศูนย์ จะบรรลุเมื่อก๊าซเรือนกระจกถูกกำจัดออกจากชั้นบรรยากาศเท่ากับที่ปล่อยออกมา ดังนั้น ปริมาณสุทธิที่เพิ่มขึ้นจึงมีค่าเป็นศูนย์

จีนจะสามารถทำตามคำมั่นสัญญาด้านภูมิากาศได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนกำลังกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากโควิด-19 ด้วยการสร้างโรงงานถ่านหินใหม่หลายสิบแห่ง และเร่งโครงการก่อสร้างที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเมื่อเร็วๆ นี้ จีนเพิ่มการผลิตถ่านหินเพื่อบรรเทาวิกฤตด้านพลังงานที่ยังมีอยู่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลจีนสั่งเหมืองถ่านหินทั่วประเทศ “ผลิตถ่านหินมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” หลังหลายมณฑลประสบปัญหาการขาดแคลนพลังงานหลายสัปดาห์

ถ่านหินยังเป็นแหล่งพลังงานหลักและใช้อย่างกว้างขวางเพื่อทำความร้อน ผลิตไฟฟ้า และหลอมเหล็กกล้า เมื่อปีที่แล้ว ถ่านหินคิดเป็นเกือบร้อยละ 60 ของการใช้พลังงานของประเทศ

…………..

แนวทางใหม่ดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ในสำนักข่าวซินหัว สื่อทางการจีน ระบุว่า จีนจะค่อยๆ เลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลภายในปี 2573 จีนกล่าวว่า สัดส่วนของพลังงานที่ใช้มาจากแหล่งเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ฟอสซิลจะสูงถึง 25% และ 30 ปีหลังจากนั้น จีนตั้งเป้าที่จะใช้พลังงานทั้งหมด 80% มาจากเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ฟอสซิล

ภายในปี 2573 จีนระบุว่า การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี จะลดลง 65% เมื่อเทียบกับระดับปี 2548

จีนเป็นผู้นำระดับโลกในการผลิตพลังงานหมุนเวียนอยู่แล้ว แต่จะต้องเพิ่มกำลังการผลิตในพลังงานลมและแสงอาทิตย์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศ ซินหัวกล่าวว่า ภายในปี 2573 จีนตั้งเป้าที่จะมีกำลังผลิตพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งมากกว่า 1,200 กิกะวัตต์

ก่อนหน้านี้ จีนให้คำมั่นว่า พลังงานหมุนเวียนจะคิดเป็นร้อยละ 25 ของกำลังการผลิตที่มีการติดตั้งของจีน และพลังงานลมและแสงอาทิตย์จะคิดเป็นร้อยละ 16.5 ของพลังงานของจีนภายในปี 2568

ซินหัวรายงานว่า เพื่อบรรลุเป้าหมายภูมิอากาศ จีนจะดำเนินการ “ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเชิงลึก เร่งการพัฒนาระบบพลังงานสะอาด คาร์บอนต่ำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ” และเพิ่ม “การสร้างระบบขนส่งคาร์บอนต่ำ”

อย่างไรก็ตาม จีนระบุว่า ต้องสร้างความมั่นใจในความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ไปพร้อมกับการกำจัดคาร์บอนด้วย รัฐบาลจีนผลักดันให้เหมืองถ่านหินลดการผลิตเมื่อต้นปีนี้ เนื่องจากจีนดำเนินการตามเป้าหมายทะเยอทะยานเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ความต้องการดังกล่าวเพิ่มขึ้นสำหรับโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ต้องใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และไม่มีพลังงานเพียงพอที่จะดำเนินการ

เอกสารแนวทางระบุด้วยว่า จีนควรจัดการความสัมพันธ์ระหว่างการลดมลพิษ-การลดคาร์บอน-ความมั่นคงด้านพลังงาน ความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานที่เป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรม ความมั่นคงด้านอาหาร และชีวิตปกติของประชาชน

ซินหัวระบุว่า จีนควรรับมือต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ทางการเงิน และทางสังคม ที่อาจมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำ และป้องกันปฏิกิริยาเกินจริง และรับประกันการลดคาร์บอนอย่างปลอดภัยด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

โควิด-19 ทำให้หลายชาติทั่วโลกกำลังขาดแคลนสินค้าอะไรบ้าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน