เว็บไซต์ไชน่าเดลี่รายงานถึงความร่วมมือของชาวจีนโพ้นทะเล ทำให้โบราณวัตถุจีนที่ถูกขโมยหรือขายผ่านตลาดมืดหลายชิ้นกลับคืนสู่พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้าม แผ่นดินจีน อย่างกรณีภาพวาด Silk Road Landscape หรือภูมิทัศน์เส้นทางสายไหม สมัยราชวงศ์หมิงเพิ่งได้กลับคืนเมื่อปลายเดือนพ.ย.ปีนี้ หลังถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในประเทศญี่ปุ่นกว่า 70 ปี

[Photo by Jiang Dong/China Daily]

“เมื่อผมรู้ว่าพิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามขาดแคลนเงิน ผมรู้สึกว่าตนเองมีส่วนรับผิดชอบที่จะช่วยภาพวาดดังกล่าวกลับคืน”นายซูกล่าว หลังจากซื้อภาพมาในราคา 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 654 ล้านบาทและบริจาคให้พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามเมื่อเดือนพ.ย.

นายซู หรงเหมา [Photo by Jiang Dong/China Daily]
จากข้อมูลของยูเนสโกระบุว่า มีโบราณวัตถุจีนกว่า 1.64 ล้านชิ้นในพิพิธภัณฑ์ราว 200 แห่งกระจายใน 47 ประเทศทั่วโลก หลังสงครามฝิ่นครั้งที่ 1 ในปี 2383 โบราณวัตถุจีนกว่า 10 ล้านชิ้นถูกขโมยและถูกขายในตลาดมืดต่างประเทศ
“สมบัติล้ำค่าของชาติได้คืนมาเพราะความช่วยเหลือจากชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลก” นายชาน จือเซียง ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์พระราชวังต้องห้ามกล่าว

[Photo by Jiang Dong/China Daily]
“เครื่องลายครามโบราณตั้งอยู่ที่บ้าน ฉันสามารถเห็นได้คนเดียว แต่หากส่งคืนจีน หลายคนจะได้ชื่นชม” นายอู๋กล่าว
นายหลี่ เจิน ชาวฮังกาเรียน เชื้อสายจีน เป็นผู้เจรจาต่อรองเพื่อช่วยชาวบ้านในหมู่บ้านหยางชุน มณฑลฝูเจี้ยน ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของจีนให้ได้พระพุทธรูปของหมู่บ้านคืน ซึ่งถูกขโมยเมื่อปี 2558

นายจ้าว ซือหง ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ร่วมกับทีมงานส่งคืนโบราณวัตถุคืนจีนกว่า 5,000 ชิ้นตั้งแต่ปี 2547
การทยอยได้คืนวัตถุโบราณของจีน ทำให้จีนตั้งตลาดวัตถุโบราณที่ถูกส่งคืนเพื่ออำนวยความสะดวก โดยลดขั้นตอน ลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับการส่งคืนวัตถุโบราณ