ไขข้อข้องใจ! นักไวรัสวิทยาเผย ความแตกต่างระหว่างไข้หวัด-เดลตา-โอมิครอน

21 ธ.ค. 2564 - 17:48 น.

ก่อนการระบาดของโควิด-19 อาการเจ็บคอหรือน้ำมูกไหลอาจหมายความว่าเกิดอาการหวัด ได้พักผ่อนและดื่มน้ำจะช่วยให้รางกายสามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ภายในสองสามวัน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ด้วยอาการของโควิด-19 ที่ซ้อนทับกับไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ อาการของโรคหวัดโดยทั่วไปคือ ปวดศีรษะ เจ็บคอ และมีน้ำมูก ซึ่งอาการเหล่านั้นเป็นสัญญาณหลักบางประการของโควิดด้วย อีกทั้งตัวแปรใหม่อย่างโอมิครอนที่แพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น ทำให้จำนวนผู้ป่วยโควิดทั่วทุกมุมโลกที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ประเทศจึงขอให้รัฐบาลอัพเดตอาการอย่างต่อเนื่อง

ทิม สเปคเตอร์ ศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาทางพันธุกรรมที่คิงส์คอลเลจลอนดอนและนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของ Zoe study ขอให้ชาวบริติชรายงานอาการของตนผ่านแอพตลอดช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส กล่าวว่า “สายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดในผู้ที่ได้รับวัคซีน แต่มีอาการคล้ายหวัดทั่วไป ได้แก่ ปวดหัว เจ็บคอ น้ำมูกไหล เหนื่อยล้า และจาม”

พร้อมกล่าวเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะหย่อนยานการป้องกันตนเอง โควิดเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรู้สึกเหมือนเป็นหวัด แต่ก็มีความเสี่ยงในระยะยาวมากกว่าการเป็นหวัด”

ลอว์เรนซ์ ยัง นักไวรัสวิทยาและศาสตราจารย์ด้านเนื้องอกวิทยาระดับโมเลกุล กล่าวว่า “หากมีสังเกตว่าตนเองมีความผิดปกติให้ทำการทดสอบ (LFT) ก่อนที่คุณจะออกไปข้างนอก และหากลูกของคุณมีอาการคล้ายคลึงกันของไข้หวัด ให้ทดสอบด้วย”

ลอว์เรนซ์ ยังให้สัมภาษณ์กับเดอะซันว่า การติดเชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์ต่าง ๆ มีอาการซ้อนทับคล้ายกับอาการไข้หวัด ซึ่งข้อมูลจาก ZOE ว่า 1 ใน 4 ของผู้ที่เป็นหวัดมักจะติดเชื้อโควิด ถึงแม้ว่าจะมีอาการซ้อนทับกัน แต่อาการไข้หวัดจะเริ่มขึ้นทีละน้อย ๆ ส่วนอาการของโอมิครอนจะปวดศีรษะและเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็ว

ดร.แองเจลิค โคเอทซี ประธานสมาคมการแพทย์แห่งแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรก ๆ ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อโอมิครอน กล่าวว่า เธอสังเกตเห็นผู้ป่วยที่คลินิกส่วนตัวของเธอแสดงอาการที่แตกต่างจากตัวแปรเดลตา คือ อาการเหนื่อยล้า, ปวดศีรษะ, เจ็บคอ, ไอแห้ง และปวดเมื่อยตามร่างกาย

หลายคนคงสงสัยว่าอาการของโรคหวัดปกติแตกต่างจากอาการที่ร้ายแรงกว่าอย่างโอไมครอนอย่างไร ดังนั้น ทางทีมข่าวสดจะขอสรุปอาการและตารางเพื่อให้ทุกคนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

โรคไข้หวัด คือการติดเชื้อไวรัสที่ระบบทางเดินหายใจส่วนบน โดยมีอาการน้ำมูกไหลหรือคัดจมูก เจ็บคอ ไอและปวดเมื่อยตามร่างกาย โดยมักเกิดขึ้นสูงสุดภายในสองถึงสามวันแรกของการติดเชื้อ

โควิด 19 เป็นไวรัสระบบทางเดินหายใจและผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายคลึงกัน ไม่ว่าจะอาการไอ หายใจลำบาก และมีไข้ ในบางกรณีอาจพบอาการทางเดินอาหาร เช่น ท้องร่วงและคลื่นไส้ อีกทั้งบางคนยังสูญเสียต่อมการได้กลิ่นและการรับรส โดยอาการของโควิดปรากฏขึ้น 2 – 14 วันหลังจากการสัมผัส

คริสตินา แมริออท หัวหน้าผู้บริหารของ Royal Society for Public Health (RSPH) และผลการศึกษาอาการโควิด19 ของ ZOE ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร ระบุผลลัพธ์ของอาการสำคัญของโควิด 19 ตรงกัน ไม่ว่าจะ น้ำมูกไหล, จาม, เจ็บคอ, ไอเรื้อรัง, สูญเสียการดมกลิ่น รวมไปถึง ปวดศีรษะ ที่มักมีอาการเจ็บปวดปานกลางถึงรุนแรง เกิดขึ้นที่ศีรษะทั้งสองข้างมากกว่าบริเวณเดียวเป็นระยะเวลานานกว่า 3 วันและมีแนวโน้มว่าดื้อต่อยาแก้ปวดเป็นประจำ

พร้อมกล่าวว่าอาการเหล่านี้แตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับว่าเคยได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่ หากคุณได้รับวัคซีนเพียงเข็มเดียว จากการศึกษาของ ZOE พบว่าอาการระยะแรกจะคล้ายกับอาการของคนที่ได้รับวัคซีนสองเข็ม แต่ก็จะพบอาการไอบ่อย สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน อาการก็คล้ายคลึงกัน โดยมีไข้และไอเพิ่มขึ้น

โอมิครอน ดร.อาเมียร์ ข่าน สรุปอาการสำคัญ ดังนี้ เหนื่อยล้า, ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อเล็กน้อย, อาการเจ็บคอ, ไอแห้ง และ เหงื่อออกตอนกลางคืน แม้ว่าหลักฐานในระยะแรกอาจบ่งชี้ว่าตัวแปรโอมิครอนเกิดอาการไม่รุนแรงในผู้ที่ได้รับวัคซีนสองโดสและสามโดส แต่ในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับวัคซีนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สามารถอ่านอาการใหม่โอมิครอนเพิ่มเติมได้ที่ (คลิก)

ขอบคุณที่มาจาก Independent Mirror Yahoo

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ ไขข้อข้องใจ! นักไวรัสวิทยาเผย ความแตกต่างระหว่างไข้หวัด-เดลตา-โอมิครอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง