อนามัยโลก เตือนเวลาเหลือน้อย จี้เร่งหยุดยั้ง โรคฝีดาษลิง
วันที่ 27 ก.ค. รอยเตอร์ รายงานว่า คณะนักวิทยาศาสตร์ที่คอยให้คำปรึกษาองค์การ อนามัยโลก (WHO) เตือนว่า เวลานับถอยหลังของโอกาสการหยุดยั้งไม่ให้โรคฝีดาษลิงลุกลามกลายเป็นการระบาดใหญ่ทั่วโลกกำลังหมดไป หลัง WHO ประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจุดสูงสุดของการระบาดอาจกินเวลาอีกนานหลายเดือนกว่าจะมาถึง

Test tubes labelled “Monkeypox virus positive” are seen in this illustration taken May 22, 2022. REUTERS/Dado Ruvic/IllustrationREUTERS
คำเตือนของนักวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นหลัง WHO ภาคพื้นยุโรปพบข้อมูลบ่งชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อใหม่นั้นมากขึ้นเป็น 2 เท่าทุก 2 สัปดาห์ พร้อมประเมินอาจมีผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็นกว่า 27,000 คน จาก 88 ประเทศ ภายในวันที่ 2 ส.ค.นี้ เพิ่มจากปัจจุบันที่มีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ราว 17,800 คน ใน 70 ประเทศ ส่วนใหญ่ระบาดในกลุ่มชายรักชาย
ศาสตราจารย์แอนนี รีโมน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง มหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา หนึ่งในคณะกรรมการภาวะฉุกเฉินของ WHO ยืนยันว่า ประชาคมโลกจำเป็นต้องร่วมมือกันดำเนินมาตรการล่วงหน้าเพื่อสกัดกั้นการลุกลามเนื่องจากเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเวลาที่มีอยู่กำลังนับถอยหลังหมดไปเรื่อยๆ

MONKEYPOX VACCINES. Healthcare professionals prepare monkeypox vaccines at the Test Positive Aware Network nonprofit clinic in Chicago, Illinois, USA, on July 25, 2022.
การประเมินของ WHO คาดว่าจุดสูงสุดของการระบาดของโรคฝีดาษลิงน่าจะใช้เวลาอีกราว 4 ถึง 6 เดือน หรือจนกว่ากลุ่มเสี่ยงจะติดเชื้อหรือได้รับวัคซีนป้องกันครบทุกคน โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษนั้นน่าจะมีกว่า 125,000 คน
แม้ว่าผู้เสียชีวิตจากโรคฝีดาษลิงยังอยู่ในระดับต่ำมาก ทว่าการระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ไปสู่ประชากรกลุ่มใหม่นอกเหนือทวีปแอฟริกาที่มีโรคดังกล่าวเป็นโรคประจำถิ่นถือเป็นเรื่องร้ายแรงทางด้านสาธารณสุข เนื่องจากจะเกิดบ่อโรคใหม่และความเสี่ยงของการกลายพันธุ์ของไวรัสที่จะระบาดได้รวดเร็วขึ้นหรืออาจมีอันตรายมากขึ้น

File Photo: oval-shaped monkeypox virions, left, and spherical immature virions, right, obtained from a sample of human skin associated with the 2003 prairie dog outbreak. The spread of monkeypox in the U.S. (CDC via AP, File)
นายฮารุน ทูลูเนย์ นักต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศที่เพิ่งหายป่วยจากโรคฝีดาษลิงในอังกฤษ เล่าถึงอาการป่วยของตนว่ารุนแรงถึงขั้นที่ตนคิดว่าอาจต้องเสียชีวิต
“ผมจำได้แม่นเลย ผมเฝ้าบอกตัวเองตายแน่ ตายแน่ เพราะผมกินอาหารไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ เจ็บคอมากจนน้ำลายยังกลืนแทบไม่ได้เลยครับ” ทูลูเนย์ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ด่วน! WHO ประกาศ”ฝีดาษลิง”เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว