คะแนนนิยมร่วงกราว รัฐบาลญี่ปุ่นวุ่นปมลัทธิมูน-ผลกระทบโควิด-19
คะแนนนิยมร่วงกราว – วันที่ 22 ส.ค. รอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นที่นำโดยนายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรี มีคะแนนนิยมลดลงอย่างต่อเนื่องจากปัญหาลัทธิมูนหรือคริสต์ศรัทธาโบสถ์แห่งความสามัคคีและผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19
ปัญหาลัทธิมูนที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2493 ในประเทศเกาหลีใต้ กลายเป็นที่รู้จักหลังเหตุสังหารนายชินโซ อาเบะ อดีตนายกฯของญี่ปุ่นเมื่อ 8 ก.ค. ซึ่งคนร้ายสารภาพว่าต้องการแก้แค้นนายอาเบะที่มีความเกี่ยวโยงกับลัทธินี้ หลังแม่ของตนสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะนำเงินไปบริจาคให้ลัทธิดังกล่าว
โพลสำรวจโดยไมนิจิ ชินบุน หนังสือพิมพ์รายวันในญี่ปุ่น พบว่า คะแนนนิยมของรัฐบาลตกต่ำเหลือเพียงร้อยละ 36 จากเดิมร้อยละ 52 เมื่อเดือนที่ผ่านมา ถือเป็นคะแนนนิยมที่ต่ำที่สุดของนายคิชิดะตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกฯมาในเดือนต.ค. 2564
ผู้ตอบแบบสำรวจที่เชื่อว่าความเชื่อมโยงระหว่างพรรคเสรีประชาธิปไตยหรือแอลดีพีของนายคิชิดะที่เกี่ยวโยงกับลัทธิมูนนั้นเป็นปัญหามีมากถึงร้อยละ 87 และกลุ่มที่มองว่าไม่เป็นปัญหานั้นมีเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้นายคิชิดะตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อ 10 ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งในครม. มีความเชื่อมโยงกับลัทธิดังกล่าว แต่ชาวญี่ปุ่นที่ตอบแบบสอบถามแสดงความไม่เห็นด้วยกับการปรับครม. ถึงร้อยละ 68 และเห็นด้วยเพียงร้อยละ 16
นายฮิโรคาสุ มัตสึโนะ เลขาธิการใหญ่ครม. กล่าวว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องคำนึงถึงความเกี่ยวโยงกับองค์กรที่กำลังถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนเป็นกังวล
นายมัตสึโนะ ซึ่งอยู่ในช่วงการกักตัวจากภาวะติดเชื้อก่อโรคโควิด-19 กล่าวยืนยันว่า พรรคแอลดีพีและองค์กรข้างต้นนั้นไม่มีความเกี่ยวโยงกันในระดับองค์กร โดยเป็นเรื่องของสมาชิกพรรคแต่ละคนที่ต้องออกมาชี้แจงให้ประชาชนคลายความสงสัย