ผู้นำตุรกี เผยการคืนไครเมียกลับสู่ยูเครน เป็นข้อกำหนดกฎหมายระหว่างประเทศ
วันที่ 23 ส.ค. สำนักข่าว อนาโดลู รายงานว่า ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี (ทูร์เคีย) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ทูร์เคียให้การสนับสนุนบูรณภาพดินแดนแห่งยูเครน และปฏิเสธการผนวกไครเมียอย่างผิดกฎหมาย

Protecting Ukraine’s territorial integrity is critical not only for regional stability, but also for global stability, Erdogan stresses. (AP)
“การคืนไครเมียแก่ยูเครน ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่สามารถแบ่งแยกได้ เป็นข้อกำหนดของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสำคัญ” นายแอร์โดอันกล่าวในวิดีโอต่อการประชุมสุดยอดเวทีว่าด้วยไครเมีย (Crimea Platform Summit) เป็นครั้งที่สอง
Crimea Platform เป็นกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศของยูเครนเพื่อดึงความสนใจทั่วโลกต่อการผนวกไครเมียเข้ากับรัสเซียอย่างผิดกฎหมายเมื่อปี 2557
ประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวว่า ตุรกีจะให้การสนับสนุนเวทีว่าด้วยไครเมียที่ก่อตั้งเพื่อแก้ปัญหาไครเมียผ่านสันติวิธีต่อไป
“ตุรกีไม่ให้การรับรองการผนวกไครเมีย และกล่าวอย่างเปิดเผยตั้งแต่วันแรกว่า ขั้นตอนดังกล่าวไม่มีความชอบธรรมและผิดกฎหมาย นี่เป็นจุดยืนที่มีหลักการซึ่งไม่เพียงแต่มีพื้นฐานทางกฎหมายแต่ยังมีพื้นฐานทางศีลธรรม” ประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าว
Anadolu Agency
ประธานธิบดีแอร์โดอันเสริมว่า การปกป้องบูรณภาพดินแดน อธิปไตย และความเป็นหนึ่งทางการเมืองของยูเครน เป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงต่อภูมิภาค แต่ยังต่อความมั่นคงและเสถียรภาพทั่วโลก
“การประกันความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของตาตาร์ไครเมีย (Crimean Tatars) กลุ่มชาติพันธุ์ตุรกี ถือเป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญของทูร์เคียด้วย” ประธานธิบดีแอร์โดอันกล่าว
ผู้นำตุรกียังย้ำความหวังที่ในการปล่อยตัวนายนารีมัน เจลยัล (Nariman Dzhelyal) รองประธานกลุ่มผู้บริหารตาตาร์ไครเมีย และชาวตาตาร์ไครเมียอีกอย่างน้อย 45 คน ที่ถูกรัสเซียควบคุมตัวเมื่อปี 2564
“กลุ่มชาติพันธุ์ตาตาร์ไครเมีย ผู้ได้รับความเจ็บปวดอย่างมากตลอดประวัติศาสตร์ กำลังต่อสู้เพื่อชีวิตที่สงบสุขในบ้านเกิดของพวกเขา ทูร์เคียจะยังยืนหยัดเคียงข้างรัฐบาลยูเครนและกลุ่มชาติพันธุ์ตาตาร์ไครเมียในกระบวนการนี้” ผู้นำตุรกีเสริม
ประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวอีกว่า ตุรกีจะดำเนินบทบาทตัวกลางระหว่างรัสเซียกับยูเครนเพื่อรับประกันสันติภาพในภูมิภาคต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
ผู้นำยูเครน ลั่นสงครามต้องจบลง ด้วยการปลดปล่อย “ไครเมีย” ที่รัสเซียยึดไป