สิ้นสุดความหลอน! นักโบราณไขความลับมัมมี่นอนอ้าปากคล้ายกรีดร้อง

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. เว็บไซต์นิวส์และเดลี่เมล์รายงานว่านักโบราณคดีสามารถไขความลับของซากมัมมี่ที่ดูคล้ายกับการกรีดร้องอย่างทรมาน จากยุคอียิปต์โบราณแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาหลายปีในการไขความลับดังกล่าวหลังจากที่พบครั้งแรกในปี 2429 ซึ่งขณะนั้นนักวิชาการคิดว่ามัมมี่ร่างนี้น่าจะตายจากการดื่มยาพิษ แต่ภายหลังพบว่ามัมมี่ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการตายอย่างทรมาน ด้วยการแขวนคอ และถูกห่อไว้ด้วยหนังแกะก่อนที่จะนำไปฝัง

นักโบราณคดีไขความลับจากมัมมี่ที่ถูกขุดขึ้นมาจากสุสานเดอีร์ เอล-บาฮารี ในประเทศอียิปต์ มีลักษณะคล้ายกับนอนกรีดร้องก่อนตาย เชื่อว่าเป็นของเจ้าชายเพนเตเวเร บุตรของกษัตริย์ฟาโรห์ รามเสสที่สาม

การตายมาจากสาเหตุแผนการลอบสังหารพ่อในไส้ที่เป็นกษัตริย์และหวังจะขึ้นครองราชย์แทนล้มเหลว  ก่อนหน้านี้นักโบราณคดีเชื่อว่าเจ้าชายองค์นี้ปลิดชีพตัวเองหลังแผนพังพินาศ แต่อีกทฤษฏีหนึ่งเชื่อว่าเจ้าชายสิ้นพระชนม?จากการถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ

 

ดร.บ็อบ ไบรเออร์ นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยลองไอส์แลนด์ ในนิวยอร์ก กล่าวถึงตรวจสอบมัมมี่ ว่าพบมีการกระทำในสองลักษณะกับมัมมี่ร่างนี้ อย่างแรกคือพยายามทำลายศพ เนื่องจากความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายที่ฝ่ายจ้องทำลายไม่อยากให้เจ้าชายองค์นี้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตหลังความตาย แต่อีกด้านก็มีฝ่ายที่พยายามเก็บศพนี้ไว้เหมือนกัน

ขณะที่ดร.ซาฮี ฮาวาสส์ จากสภาวัตถุโบราณอียิปต์สูงสุดเชื่อว่ามัมมี่นี้เป็นเจ้าชายที่นำความเสื่อมเสียให้กับวงศ์ตระกูล และถูกฝังอยู่ใกล้กับพระญาติคนอื่น แต่มีเพียงมัมมี่ของเจ้าชายที่ถูกห่อด้วยหนังแกะ โดยความหมายของการห่อด้วยหนังแกะหมายถึงความไม่บริสุทธิ์ และคนคนนี้เคยทำอะไรบางอย่างที่ชั่วร้ายมาในอดีต พร้อมกันนี้ยังระบุว่าไม่เคยเห็นมัมมี่ร่างไหนที่แสดงอาการตายอย่างเจ็บปวดมาก่อน

ทั้งนี้ มัมมี่ของเจ้าชายองค์นี้เคยจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์อียิปต์ในกรุงไคโร ซึ่งนายเอลฮาม ซาลาห์ จากกระทรวงวัตถุโบราณอียิปต์ระบุในแถลงการณ์ว่าเป็นครั้งแรกสำหรับมัมมี่ร่างนี้ที่นำมาจัดแสดงให้ผู้สนใจได้เข้าชม หลังจากนำมายังพิพิธภัณฑ์แห่งนี้