วันที่ 16 ก.พ. เอพีรายงานความคืบหน้าเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมศึกษามาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส ในเมืองพาร์กแลนด์ รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย และอีก 14 คนบาดเจ็บ ในจำนวนนี้ 3 คนมีอาการสาหัส เมื่อ 14 ก.พ. ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวบ่งบอกถึงความผิดพลาดและช่องโหว่หลายจุดในมาตรการป้องกันเหตุร้าย
นายนิโคลัส ครูซ มือปืนอายุ 19 ปี ให้การรับสารภาพต่อศาลหลังถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 17 ข้อหา ว่าเป็นคนร้ายใช้อาวุธปืนเออาร์-15 ยิงใส่นักเรียนในโรงเรียน และยังมีกระสุนปืนจำนวนมากบรรจุอยู่ในกระเป๋าสะพายหลัง

Nikolas Cruz id making an appearance before Judge Kim Theresa Mollica in Broward County Court, Thursday, Feb. 15, 2018. / AP, Pool
จากการสอบสวนพบว่า ทั้งครูและเพื่อนนักเรียน รวมถึงเพื่อนบ้าน ต่างรู้ว่านายครูซเป็นบุคคลเสี่ยงอาจก่อความรุนแรง หลังจากนายครูซถูกไล่ออกไปแล้ว โรงเรียนยังมีจดหมายอีเมล์ส่งแจ้งไปยังครูในโรงเรียนทุกคนว่า ต้องไม่ให้นายครูซสะพายเป้เข้ามาในสถานศึกษา

ภาพที่นายครูซใช้เป็นภาพประจำตัวในไอจี. (Instagram via AP)
ส่วนสำนักงานสอบสวนกลาง หรือเอฟบีไอเคยได้รับการแจ้งเตือนนี้มาจากนายเบน เบนไนต์ สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบแจ้งว่า มีบัญชีผู้ใช้ชื่อ “Nikolas Cruz” โพสต์คลิปเมื่อเดือนก.ย.2560 ว่า “ข้ากำลังจะเป็นมือปืนกราดยิงโรงเรียนระดับมืออาชีพ” อีกทั้งยังมีคำพูดต่อต้านคนผิวดำและชาวมุสลิม

AFP PHOTO / AFP TV / Miguel GUTTIEREZ
แต่เอฟบีไอกลับชี้แจงว่า ดำเนินการการตรวจสอบแล้วโดยส่งทีมงานไปขอข้อมูลจากนายเบนไนต์ แต่สุดท้ายไม่ได้ค้นหาต่อว่านิโคลัส ครูซ คือใคร อยู่ที่ใด

วันเกิดเหตุ (WPLG-TV via AP)
แม้นายครูซผู้มีปัญหาในสังคมโพสต์ภาพในไอจีแสดงถึงหลงใหลอาวุธปืน กลับผ่านการตรวจสอบประวัติและซื้ออาวุธปืนไรเฟิลได้อย่างถูกกฎหมาย จากพ่อค้าปืนในรัฐฟลอริดา เมื่อเดือนก.พ.2560

ในไอจีของนายครูซ (Instagram via AP)
ส่วนกลุ่มรีพับลิกแห่งฟลอริดา (อาร์โอเอฟ) กลุ่มชาตินิยมผิวขาวในรัฐฟลอริดา ระบุว่านายครูซเป็นสมาชิกอาร์โอเอฟ แต่ย้ำว่ากลุ่มไม่มีคำสั่งให้ก่อเหตุยิงโรงเรียน
ในการสอบปากคำ ผู้ต้องหากล่าวว่า เริ่มยิงนักเรียนตรงโถงทางเข้าและสนามของโรงเรียน จากนั้นตรงไปยังอาคารพร้อมแบกกระสุนในเป้ เดินเข้าไปยิงเหยื่อตามชั้นเรียน 5 ห้อง ในจำนวนนี้ 4 ห้องอยู่ชั้นหนึ่ง อีก 1 ห้องอยู่ชั้น 2 ยิงอยู่นาน 3 นาที แล้วจึงขึ้นไปชั้น 3

ดีที่มือปืนไม่ยิงลงมาซ้ำอีกในจังหวะนี้ (WPLG-TV via AP)
เดิมตั้งใจจะยิงลงมาจากหน้าต่างไปยังกลุ่มนักเรียนที่อพยพจากอาคาร แต่กระแทกกระจกไม่แตก จึงเปลี่ยนใจทิ้งปืนไรเฟิล เออาร์-15 พร้อมเป้ไว้ที่นั่น ก่อนพรางตัววิ่งหนีไปพร้อมกับนักเรียนคนอื่น
จากนั้นผู้ต้องหาเดินตรงไปยังร้านวอลมาร์ต ซื้อเครื่องดื่มที่ร้านซับเวย์ ก่อนเดินไปยังร้านแมคโดนัลด์ พอออกจากร้านแมคมาได้ 40 นาทีจึงถูกจับกุมดำเนินคดี
เหตุการณ์นี้ปลุกกระแสกดดันฝ่ายการเมืองอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อนักเรียนในเหตุการณ์หลายคนให้สัมภาษณ์ตั้งคำถามไปถึงสมาชิกรัฐสภาและรัฐบาล ว่าจะปล่อยให้เกิดเหตุแบบนี้ซ้ำอีกกี่ครั้งจึงจะมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืน ไม่ควรจะจบเพียงแค่พิธีไว้อาลัยให้เหยื่อ