วันที่ 20 มิ.ย.เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาเรือดำน้ำไททันพานักท่องเที่ยวชมซากเรือไททานิกว่า ทีมกู้ภัยสหรัฐและแคนาดาเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อหาและกู้เรือดำน้ำที่มีผู้อยู่บนเรือ 5 คน หลังจากเรือหายไประหว่างพาชมซากเรือไททานิกในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือเกินกว่า 24 ชั่วโมง

เรือไททัน https://oceangate.com/our-subs/titan-submersible.html
รายงานระบุว่า เรือไททันขนาด 6.5 เมตร ดำน้ำลึกได้สูงสุด 4,000 เมตร ดำเนินงานโดยบริษัทโอเชียนเกต เอ็กซ์พิดิชั่น เริ่มเคลื่อนลงใต้ทะเลเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมาและสูญเสียการติดต่อกับทีมงานภาคพื้นในอีกไม่ถึง 2 ชั่วโมงต่อมา
ด้านยามชายฝั่งสหรัฐระบุว่า ได้ค้นหาทั่วทั้งพื้นที่ทางทิศตะวันออกของคาบสมุทรเคปค้อด รัฐแมสซาชูเซสต์ระยะทาง 1,450 กิโลเมตร ขณะที่ยามชายฝั่งแคนาดาเข้าร่วมในการค้นหาด้วยเครื่องบินปีกแข็งและเรือ
นายโรเบิร์ต ซิมป์สัน หัวหน้านายจ่าทหารเรือกล่าวว่า หลังจากเลยเวลากำหนดกลับของเรือไททัน เรือของบริษัทได้ค้นหาเรือไททันในเบื้องต้นและไม่สามารถพบสิ่งใดหรือวี่แววเรือไททันเลย บริษัทจึงติดต่อยามชายฝั่งเพื่อขอความช่วยเหลือ
พลเรือตรีจอห์น เมเจอร์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานยามชายฝั่งกล่าวว่า นับเป็นความท้าทายที่จะค้นหาในพื้นที่ห่างไกล แต่กำลังจัดเตรียมทรัพยากรทั้งหมดไว้เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถหาเรือและช่วยชีวิตคนบนเรือได้
และว่า เราทำงานกันหนักอย่างมากในปฏิบัติการค้นหาและลูกเรือของเราถือว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนตัว โดยเวลากลายเป็นปัจจัยสำคัญในภารกิจ เรือมีขอบเขตอากาศ 96 ชั่วโมงสำหรับลูกเรือ 5 คน แต่ ณ ช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 19 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น พลเรือตรีเมเจอร์เชื่อว่า เรือเหลือออกซิเจน 70 ชั่วโมงหรือมากกว่า ด้านบริษัทโอเชียนเกต เอ็กซ์พิดิชั่นระบุว่า บริษัทให้ความสำคัญทั้งหมดไปที่ลูกเรือและครอบครัว
นอกจากนี้ หน่วยงานยามชายฝั่งสหรัฐนำเครื่องบินซี-130 จำนวน 2 ลำค้นหาบริเวณพื้นผิวทะเล ขณะที่แคนาดาใช้เรือเทคโนโลยีโซนาร์ติดทุ่นในการค้นหา
สำหรับค่าใช้จ่ายในทริปต่อคนราคา 250,000 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 8.6 ล้านบาท โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่บนเรือ ซึ่งเชื่อว่า เป็นมหาเศรษฐีและนักบินชาวอังกฤษ หลังจากนักบินดังกล่าวโพสต์บนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับการเข้าร่วมทริปล่วงหน้า นายฮามิช ฮาร์ดิง นักบินและเศรษฐีชาวอังกฤษอายุ 58 ปี ซึ่งคาดว่า เป็นหนึ่งในผู้โดยสารบนเรือ โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมระบุว่า ภูมิใจที่ในสุดได้ประกาศว่า ตนได้ร่วมทริปชมเรือซากไททานิก ซึ่งเป็นภารกิจที่ผู้เชี่ยวชาญบนเรือลงไปยังเรือไททานิก เนื่องจากฤดูหนาวที่โหดร้ายที่สุดในเกาะนิวฟันด์แลนด์รอบ 40 ปี อาจทำให้ภารกิจนี้เป็นภารกิจแรกและภารกิจเดียวที่มีมนุษย์ไปยังเรือไททานิกในปี 2566
และว่า อากาศเพิ่งเปิดและเรากำลังจะดำน้ำในวันพรุ่งนี้ นายฮาร์ดิงยังระบุอีกว่า ทีมบนเรือดำน้ำมีนักสำรวจระดับตำนาน 2 คน ในจำนวนนี้มีนักสำรวจที่ดำน้ำสำรวจซากไททานิกกว่า 30 ครั้งนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980
นอกจากนี้ ผู้โดยสารในเรือยังมี นายชาห์ซาดา ดาวูด นักธุรกิจชาวปากีสถานและนายสุไลมาน ลูกชาย
นายอลิสแตร์ เกรก ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมเครื่องกลเรือ มหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอนในประเทศอังกฤษกล่าวว่า หากเรือไททันมีปัญหาทางการสื่อสารหรือไฟฟ้า เรืออาจโผล่ขึ้นบนผิวน้ำและยังคงลอยอยู่รอผู้มาพบ รวมถึงอีกหนึ่งความเป็นไปได้คือ ส่วนตัวเรือต้านทานแรงกัดดันได้รับความเสียหาย อาทิ การรั่ว จึงอาจเป็นการคาดคะเนถึงอนาคตของเรือที่ไม่ดีนัก
ทั้งนี้ เรือไททานิกบรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 2,224 คนชนภูเขาน้ำแข็งและจมลงในปีค.ศ.1912 ระหว่างเดินทางจากอังกฤษไปยังนครนิวยอร์กทำให้ลูกเรือกว่า 1,500 รายเสียชีวิต โดยซากเรือแบ่งเป็นสองชิ้นหลัก ซึ่งอยู่ห่างจากนอกชายฝั่งเกาะนิวฟันด์แลนด์ของแคนาดาระยะทาง 400 ไมล์หรือราว 640 กิโลเมตร และอยู่ใต้น้ำลึก 13,000 ฟุตหรือราว 3.9 กิโลเมตร ซึ่งถูกค้นพบในปีค.ศ.1985 โดยซากเรือไททานิกเป็นแหล่งของความตื่นเต้นและดึงดูดผู้เชี่ยวชาญทางทะเลและนักท่องเที่ยวใต้น้ำ
…………..