สุดหลอนกลางดึก คนขับผวาในซอยเปลี่ยว แปลกใจเจอรถเข็นเด็กจอดทิ้งไว้ข้างทาง กลัวมีเด็กถูกทิ้ง ชาวเน็ตแห่เตือนห้ามลงรถเด็ดขาด
เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราวจากโพสต์ของหญิงรายหนึ่งชื่อว่า แนนซี่ วอลช์ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ในรัฐเซาต์แคโรไลนา สหรัฐ เมื่อเร็วๆ นี้เธอได้โพสต์ภาพเล่าประสบการณ์พบรถเข็นเด็กอยู่ข้างทางกลางซอยเปลี่ยว ในระหว่างที่ขับรถกลางดึก พร้อมทั้งเตือนว่า หากพบเจอสถานการณ์เช่นเดียวกัน ห้ามลงจากรถโดยเด็ดขาด จึงเกิดเป็นประเด็นถกเถียงร้อนแรงบนโซเชียลมีเดีย
ตามรายงานระบุว่า โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ถูกแชร์ออกไปถึง 120,000 ครั้ง และถูกใจอีก 44,000 ครั้ง จากภาพถ่ายแสดงให้เห็นว่า แนนซี่จอดรถของเธอกลางถนน ไฟหน้ารถส่งไปที่รถเข็นเด็กคันหนึ่ง ซึ่งถูกนำมาทิ้งไว้ตรงป่ารกร้างข้างทาง โดยที่ไม่สามารถมองเห็นได้ว่าข้างในมีเด็ก หรือเป็นเพียงรถเข็นเปล่าๆ

ภาพประกอบ
นับเป็นช่วงเวลาที่บีบหัวใจไม่น้อย แนนซี่รู้สึกเป็นกังวลว่าจะมีเด็กถูกทิ้งอยู่ในรถเข็น และกำลังตกอยู่ในอันตราย ในตอนแรกเธอก็คิดว่าจะต้องรีบลงไปช่วยเหลือ แต่ในขณะเดียวกันเธอก็เอะใจขึ้นมาว่า มันอาจจะเป็นกลลวงของแก๊งมิจฉาชีพ หากเธอลงไปก็อาจจะตกเป็นเหยื่อได้เช่นกัน
ภายหลังเธอจึงรีบโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยฉุกเฉินและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบช่วยเหลือ ในระหว่างนั้นเธอก็ล็อกรถให้แน่นหนา และทำได้เพียงนั่งรออยู่ในรถ
แนนซี่ยังทิ้งท้ายเตือนทุกคนว่า หากคุณเห็นรถเข็นเด็ก คาร์ซีต หรือสถานการณ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับเด็กอยู่ในที่ลำพังและห่างไกล โปรดย้ำว่าอย่าออกไปไหน ขอให้ปลอดภัยทุกคน แต่เธอไม่ได้เผยเรื่องราวหลังจากนั้นว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์เตือนภัยของแนนซี่ถูกแชร์ต่อกันออกไปจนกลายเป็นไวรัล ชาวเน็ตก็พากันเข้าไปแสดงความคิดเห็นถกเถียง โดยส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับเธอ เชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์ เป็นกับดักที่ใช้รถเข็นเด็กเป็นเหยื่อล่อ ส่วนคนร้ายก็จะซุ่มตัวอยู่ในพุ่มไม้รอจี้รถหรือปล้น

ภาพประกอบ
นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตบางส่วนไม่เห็นด้วย โดยแสดงความเห็นว่า เธอคิดมากเกินไปกับเหตุการณ์นี้ เชื่อว่าไม่มีแผนการใดๆ เบื้องหลัง แต่เป็นสถานการณ์ที่คับขัน หากมีเด็กทารกถูกทิ้งอยู่ในรถเข็นจริง ก็เท่ากับว่าเด็กกำลังตกอยู่ในอันตราย ทุกวินาทีอาจหมายถึงลมหายใจของเด็ก
ทั้งนี้ ความเห็นจากชาวเน็ตรายหนึ่ง กล่าวว่า “คิดมากเกินไปหรือเปล่า ฉันรู้ว่ามันอาจจะอันตราย แต่ในฐานะแม่ ฉันจะลองลงไปดู” ในขณะที่อีกรายเข้าไปโต้ว่า “อย่าพาตัวเองเข้าไปอยู่ในอันตราย ด้วยการพยายามจะเป็นฮีโร่”