ชาวบ้านโกรธ จนท.ไม่เตือน ไฟป่าผลาญวอดเกาะฮาวาย ตายพุ่ง 89 ศพ เมืองโบราณราบเป็นหน้ากลอง ต้นไทร 150 ปีเหลือแต่ต้นดำๆ

วันที่ 13 ส.ค.เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่าในเกาะเมาวี รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกาว่า ประชาชนไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นในประเด็นการรับมือภัยพิบัติไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดของสหรัฐอเมริกาในรอบกว่า 100 ปี ทำให้ประชาชนเสียชีวิตอย่าน้อย 89 รายและคาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นอีก

ไฟป่าไหม้เมืองลาไฮนา บนเกาะเมาวี รัฐฮาวาย สหรัฐ เมื่อ 11 ส.ค. (เอพี)

ภัยพิบัติไฟป่าทำให้อาคาร บ้านเรือน สิ่งก่อสร้างมากกว่า 2,200 แห่งรวมถึงบ้านเรือน โรงแรม ร้านอาหารเสียหายหรือถูกทำลาย ในเมืองลาไฮนา เมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ เคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรฮาวายราบเป็นหน้ากลอง คาดว่าเสียหายมูลค่า 5.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 1.9 แสนล้านบาท รวมถึงทำให้ประชาชนหลายพันคนไร้ที่อยู่

นายจอช กรีน ผู้ว่าการรัฐฮาวาย (ซ้าย) ลงพื้นที่ตรวจดูความเสียหายของสิ่งก่อสร้างในเมืองลาไฮนา เมื่อ 12 ส.ค. (เอพี)

เจ้าหน้าที่รัฐฮาวายเริ่มสอบสวนประเด็นในการจัดการไฟป่า ซึ่งประชาชนระบุว่า ไม่มีการเตือนภัยไฟไหม้ น.ส.วิลมา รีด ผู้ประสบภัย อายุ 63 ปี ซึ่งบ้านพังเสียหายในกองเพลิงทั้งหลังกล่าวว่า ภูเขาที่อยู่ข้างหลังบ้านประชาชนเกิดไฟไหม้ และไม่มีใครแจ้งเตือนและไม่มีคำสั่งอพยพประชาชน จนกระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมรวมถึงต้นไทร เก่าแก่อายุ 150 ปี ถือเป็นศูนย์กลางของชุมชน ถูกเพลิงเผาเป็นรอยไหม้แต่ยังคงยืนต้นตั้งตรง กิ่งก้านโกร๋น ลำต้นเต็มไปด้วยเขม่าดำเปลี่ยนไปเป็นโครงกระดูก

ต้นไทรก่อนถูกไฟฟ่าเผา เมื่อปี 2561 (เอพี)

ต้นไทรประวัติศาสตร์เสียหายจากไฟป่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. (เอพี)

นายจอช กรีน ผู้ว่าการรัฐฮาวายระบุว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตมีจำนวน 89 ศพ ผู้เสียชีวิตจะยังคงเพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของสมาคมคุ้มครองจากไฟป่าแห่งชาติ องค์กรไม่แสวงหากำไรระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าครั้งนี้นับเป็นยอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่ปีค.ศ. 1918 เมื่อไฟป่าในรัฐมินนิโซตาและวิสคอนซินทำให้มีผู้เสียชีวิต 453 ราย

ต้นไทรเก่าแก่ท่ามกลางซากสิ่งก่อสร้างที่ถูกไฟป่าเผา เมื่อวันที่ 10 ส.ค. (เอพี)

นายจอห์น เพลเลเทียร์ ผู้บังคับการตำรวจบนเกาะเมาวีระบุว่า เพียงแค่พื้นที่ส่วนหนึ่งของพื้นที่ภัยพิบัติที่ถูกเจ้าหน้าที่ค้นหาและมีเพียงเหยื่อ 2 รายเท่านั้นที่สามารถระบุตัวตนได้ในขณะนี้ เนื่องจากเหยื่อที่เหลือมีสภาพศพถูกไฟไหม้รุนแรงในระดับที่แม้แต่เหล็กยังหลอมละลายได้

ซากเถ้าถ่านกะโหลกศีรษะกวางในเมืองลาไฮนา เมื่อ 12 ส.ค. (เอพี)

น.ส.จิล โตกุดา ส.ส.รัฐฮาวายระบุว่า เจ้าหน้าที่ประหลาดใจในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐประเมินความร้ายแรงและความเร็วของของไฟป่าต่ำเกินไป ขณะนี้ตำรวจยังไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าในพื้นที่เมืองลาไฮนา จนกว่าจะมีการประกาศว่า พื้นที่ปลอดภัยแล้ว หากผู้ใดฝ่าฝืนถือว่ากระทำความผิดอาญาลหุโทษ ถูกจำคุกสูงสุด 1 ปี และปรับ 2,000 ดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 70,000 บาท

สาเหตุไฟป่ายังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การปะทะกันของสภาพแวดล้อมทั้งหลายทำให้เพลิงลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงการเจริญเติบโตของพืชต่างถิ่นที่ติดไฟได้ ซึ่งไม่ถูกตรวจสอบ สภาพภูมิประเทศภูเขาไฟที่ทำให้เกิดลมแล้งพัดลงทางลาดชัน ซึ่งปกติทำให้ฤดูหนาวอากาศแห้ง รวมถึงปัจจัยจากเฮอริเคนที่กำลังพัดถล่มห่างจากพื้นที่ภัยพิบัติหลายร้อยกิโลเมตร

แต่เนื่องจากรัฐฮาวายเคยเผชิญหายนะทางธรรมชาติ ทั้งแผ่นดินไหว ภูเขาไฟที่ยังทรงพลัง สึนามิ รวมถึงมักถูกพายุเขตร้อนพัดถล่ม แต่สำหรับไฟป่าครั้งนี้ กลับไม่มีคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ จึงเกิดคำถามและความไม่พอใจจากประชาชนจำนวนมาก
………………

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน