ครอบครัวหวังให้เป็นหมอ หนุ่ม16 แอบพ่อแม่ทำธุรกิจ-ประชุมในห้องน้ำ สร้างรายได้หลายร้อยล้านบาท แม้พ่อแม่ค้านสั่งห้ามเล่นโซเชียลเด็ดขาด
เว็บไซต์ต่างประเทศ แชร์เรื่องราวน่าทึ่งของ นายเอริค ชู วัย 16 ปี จากรัฐอินเดียนา สหรัฐ โดยพ่อแม่ของเขาเป็นชาวเอเชียที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานที่สหรัฐ พ่อแม่ของเขาเข้มงวดมาก อยากให้เขาตั้งใจเรียนและเป็นหมอ เขาจึงถูกสั่งห้ามใช้โซเชียลมีเดียโดยเด็ดขาด แม้จะถูกสั่งห้ามแต่เอริคค่อนข้างจะมีพรสวรรค์ในการทำธุรกิจ ตั้งแต่อายุ 13 ปี เขาใช้โน๊ตบุ๊คส่วนตัวแอบเรียนรู้และฝึกเขียนโปรแกรมจากอินเทอร์เน็ต เพื่อใช้ทำธุรกิจในห้องน้ำที่โรงเรียน จนประสบความสำเร็จ

ภาพประกอบ
ตามรายงานระบุว่า ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ เพื่อติดต่อทำธุรกิจ และดำเนินการประชุม Zoom กับนักลงทุน เอริคเผยว่า เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแอบไปซ่อนตัวในห้องน้ำ เพื่อประชุมงาน ซึ่งลูกค้าเคยเห็นเขานั่งอยู่บนโถส้วมเพื่อประชุมผ่านวิดีโอ และมีเสียงกดชักโครก เป็นครั้งคราว บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเขาท้องเสียบ่อยๆ และถึงขนาดเขียนจดหมายแสดงความเป็นกังวลให้เขาดูแลสุขภาพเอริค
อย่างไรก็ตามความลับไม่มีเสมอไป วันหนึ่งเขาถูกทางเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจับได้ ครูใหญ่ทราบเรื่องที่เขาโดดเรียนและแอบประชุมธุรกิจในห้องน้ำ ทางโรงเรียนไม่เพียงแจ้งเรื่องให้พ่อแม่ของเขาทราบ แต่เขายังถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้ห้องน้ำในเวลาเรียนอีกด้วย แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจ เขาขายบริษัทแรกไปตอนอายุ 14 ปี และเริ่มต้นทำบริษัทใหม่

ภาพประกอบ
กระทั่งต่อมา เอริคและเพื่อนอีก 2 คนได้ร่วมก่อตั้งบริษัท Aviato แพลตฟอร์มที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการระดมทุนสำหรับสตาร์ตอัพ ซึ่งมูลค่าบริษัทของเอริคก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 700 ล้านบาท ไม่เพียงเท่านั้น บริษัทของเขายังได้รับความสนใจจากชุมชนผู้ประกอบการชาวอเมริกัน ให้เงินทุน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 35 ล้าน
this one was insane https://t.co/ttt67lVsi5 pic.twitter.com/92r3CBbfQu
— Eric Zhu (@ericzhu105) May 30, 2023
ทั้งนี้ เอริคไม่เพียงแต่มีหัวคิดด้านธุรกิจ เขายังมีชื่อเสียงจากการทวีตข้อความตลกๆ บน X (เดิมชื่อ Twitter) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดตามประมาณ 50,000 คน โดยเขานำเรื่องราวที่แอบทำธุรกิจ และถูกทางโรงรียนจับได้ รวมทั้งเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นในห้องน้ำโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขามีวันนี้ เรื่องราวของเขาได้รับความสนใจในโลกออนไลน์และทำให้นักลงทุนรู้จักเขามากขึ้น
ทว่า สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดของเอริคในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องการทำธุรกกิจ แต่เป็นเรื่องพ่อแม่ของเขาที่ยังคงต้องการให้เขาเป็นหมอ แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ แต่ท้ายที่สุดเขาก็คิดว่าจะไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตามที่ครอบครัวคาดหวังก่อน แต่เขาไม่สามารถรับปากได้ว่าจะเลิกเรียนกลางคันหรือไม่