วันที่ 26 ส.ค.บีบีซีรายงานว่า รัฐบาลฝรั่งเศสจัดสรรเงินมูลค่า 200 ล้านยูโรหรือราว 7.5 พันล้านบาท เพื่อทำลายไวน์ส่วนเกินและอุดหนุนผู้ผลิต เนื่องจากความต้องการซื้อร่วงลงอย่างมาก เพราะประชาชนจำนวนมากขึ้นหันมาดื่มคราฟต์เบียร์ รวมถึงการผลิตที่ล้นเกิน วิกฤตค่าครองชีพส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไวน์

เงินส่วนใหญ่จะถูกนำไปซื้อไวน์ส่วนเกิน ซึ่งไวน์ส่วนเกินที่รัฐบาลซื้อมาจะถูกนำไปเป็นส่วนผสมในสินค้า อาทิ น้ำยาล้างมือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและน้ำหอม ส่วนเงินที่เหลือจะนำไปอุดหนุนเกษตรกรองุ่นเพื่อเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น อาทิ มะกอก

นายมาร์ก เฟสนู รมว.เกษตรฝรั่งเศสกล่าวว่า ในการอัดฉีดเงินเข้าอุตสาหกรรมไวน์ รัฐบาลฝรั่งเศสมุ่งที่จะยุติราคาที่ทรุดลง เพื่อให้ผู้ผลิตไวน์สามารถหาแหล่งรายได้อีกครั้ง

และว่า แม้ความช่วยเหลือทางการเงิน เงินทุนเบื้องต้นจากสหภาพยุโรปหรืออียู 160 ล้านยูโรหรือราว 6 พันล้านบาท ซึ่งรัฐบาลฝรั่งเศสให้เพิ่มอีกเป็น 200 ล้านยูโรหรือราว 7.5 พันล้านบาท อุตสาหกรรมไวน์จำเป็นต้องมองไปสู่อนาคต คิดพิจารณาเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคและปรับเปลี่ยน

จากข้อมูลของคณะกรรมาธิการยุโรปของอียู ณ เดือนมิ.ย. 2566 แสดงว่า การบริโภคไวน์ลดลงร้อยละ 7 ในอิตาลี ร้อยละ 10 ในสเปนและร้อยละ 15 ในฝรั่งเศส ร้อยละ 22 ในเยอรมนีและร้อยละ 34 ในโปรตุเกส แต่การผลิตไวน์ในหมู่ชาติอียู พื้นที่ผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกลับเพิ่มขึ้นร้อยละ 4

……………

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน