กลุ่มนักท่องเที่ยวโวยร้านอาหารไม่แจ้งปูตัวละ 2.5 หมื่นบาท เฉไฉไม่ยอมจ่าย ลั่นให้โทรหาตำรวจ เจอร้านงัดกล้องวงปิดฟาดกลับทำเอาหงาย
เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้ไปทานร้านอาหารซีฟู้ดแห่งหนึ่งย่านคลาร์กคีย์ ของสิงคโปร์ โดยลูกค้ากลุ่มนี้ถึงกับช็อกเมื่อเห็นบิลค่าอาหารราคาสูงลิบ เฉพาะปูตัวเดียวราคาสูงถึง 938 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 25,000 บาท ทีแรกลูกค้าปฏิเสธไม่ยอมจ่ายเงิน ลั่นให้โทรแจ้งตำรวจ เจอทางร้านงัดภาพกล้องวงจรปิดฟาดกลับ เล่นเอาพูดไม่ออก
ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น 5 คน เดินทางไปรับประทานอาหารที่ร้าน Seafood Paradise ในคืนวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการสั่งปูยักษ์อลาสก้าเป็นๆ มาทำอาหารจานต่างๆ รวมถึงปูผัดพริก และยังมีอาหารจานอื่นๆ ด้วย เช่น ผัดหมี่โกเร็ง และข้าวผัดเนื้อพริกไทยดำ

ภาพประกอบ
แต่พอเช็คบิลกับทางร้านปรากฏว่าราคาอาหารกลับสูงถึง 1,322.37 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 35,000 บาท โดยแค่ราคาปูยักษ์อลาสก้าตัวเดียว ก็ปาเข้าไป 25,000 บาท
ทางด้านลูกค้ากลุ่มนี้อ้างว่า ทางร้านไม่เคยแจ้งราคาปู อีกทั้งพนักงานยังแนะนำให้สั่งเมนูนี้ และบอกว่าปูราคาแค่ 30 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 800 บาท แต่ไม่ได้ย้ำให้ชัดเจนว่าราคานี้ เป็นราคาต่อน้ำหนัก 100 กรัม และพวกเธอขอให้ทางร้านเรียกตำรวจมาเจรจาไกล่เกลี่ย

ภาพประกอบ
อย่างไรก็ตาม ทางร้านได้โพสต์ชี้แจงเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ทางบริษัทเสียใจอย่างยิ่งต่อคำกล่าวอ้างที่ไม่ถูกต้องของนักท่องเที่ยว ที่มีจุดมุ่งหมายทำให้ร้านอาหารและพนักงานเสื่อมเสียชื่อเสีย ทางบริษัทจึงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องนำภาพวงจรปิดมาเปิดเผยเพื่อยืนยันความถูกต้อง
โดยภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า พนักงานได้บอกย้ำพวกเขาถึง 2 รอบ ว่าราคาของปูยักษ์อลาสก้า เหมือนกับราคาปูหิมะสกอตแลนด์ อีกทั้งไม่เพียงแค่พนักงานจะแจ้งแล้วว่าปูอลาสก้ายักษ์มีน้ำหนัก 3.5 กิโลกรัม พนักงานยังนำปูเป็นๆ มาโชว์ให้ลูกค้าดูด้วย ซึ่งทางลูกค้าก็ได้ถ่ายรูปและเซลฟี่คู่กับปูตัวนั้น

ภาพประกอบ
ขณะเดียวกันทางร้านยังชี้ว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวกินอาหารกันเกือบหมด แถมยังชมผู้จัดการร้านว่าอาหารยอดเยี่ยมมาก ส่วนเรื่องปูนั้น ทางบริษัทขอย้ำว่าสัตว์ทะเลเป็นๆ มักจะถูกขายและนำมาเสิร์ฟทั้งตัวอยู่แล้ว เนื่องจากการแบ่งมาเฉพาะส่วน จะทำให้ส่วนที่เหลือไม่สดอีกต่อไป

ภาพประกอบ
สุดท้ายทางผู้จัดการร้านยอมเสนอส่วนลดให้ 107.40 ดอลลาร์สิงคโปร์หรือราว 2,800 บาท เนื่องจากลูกค้าคนหนึ่งบอกว่ามีเงินไม่พอจ่าย แต่เหมือนเรื่องราวจะยังไม่จบง่ายๆ เมื่อลูกค้ากลุ่มนี้ได้นำเรื่องไปแจ้งต่อคณะกรรมการท่องเที่ยวสิงคโปร์ และจะส่งเรื่องต่อไปยังสมาคมผู้บริโภคแห่งสิงคโปร์ต่อไป