วันที่ 7 ต.ค.เอเอฟพีและบีบีซีรายงานความขัดแย้งอิสราเอลกับปาเลสไตน์ระลอกล่าสุดว่า ชายหลายคนพร้อมอาวุธปืนจากกลุ่มนักรบติดอาวุธฮามาสในปาเลสไตน์เข้าไปยังพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศอิสราเอลในการโจมตีที่ไม่เตือนล่วงหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างหนีกบดาน ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า การโจมตีมุ่งเป้าในฉนวนกาซ่า ท่ามกลางการประเมินสถานการณ์

จรวดถูกยิงจากฉนวนกาซ่าใส่อิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค. (เอเอฟพี)
รายงานระบุว่า หลังจากจรวดหลายสิบลำพุ่งใส่อิสราเอล ทำให้ระบบเตือนภัยทางอากาศเสียงดังระงมทั่วประเทศ หน่วยงานกู้ภัยของอิสราเอลระบุว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีก 15 คนและมีรายงานการระเบิดใกล้เมืองเทลอาวีฟและหลายพื้นที่รอบๆฉนวนกาซ่า นักดับเพลิงกำลังรับมือกับเพลิงไหม้ในเมืองอัชเคลอน ซึ่งกลุ่มควันหนาพวยพุ่งจากยานพาหนะที่ถูกไฟไหม้

รถยนต์ถูกไฟไหม้หลังถูกจรวดโจมตีในเมืองอัชเคลอน ตอนใต้อิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค. (เอเอฟพี)
ส่วนกลุ่มฮามาส นักรบติดอาวุธชาวปาเลสไตน์อ้างส่งจรวดโจมตีมากกว่า 5,000 ลำในเวลา 20 นาที “เราตัดสินใจที่จะยุติอาชญากรรมทั้งหมดของการยึดครองของอิสราเอล ถึงเวลาที่การก่อความรุนแรงโดยไม่ต้องรับผิดชอบของอิสราเอลสิ้นสุดลงแล้ว” กองพลเอสซาดีน อัลกัสซัมของฮามาสระบุและว่า ฮามาสประกาศปฏิบัติการอัล-อักซา ฟลัด (Operation Al-Aqsa Flood) โดยการส่งจรวดโจมตีกว่า 5,000 ลำใน 20 นาทีแรก

ประชาชนเดินผ่านยานพาหนะที่เสียหาย หลังจรวดโจมตีอิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค. (เอเอฟพี)
กองกำลังป้องกันอิสราเอลหรือไอดีเอฟกล่าวในแถลงการณ์ว่า กลุ่มฮามาสเริ่มยิงฝูงจรวดจากฉนวนกาซ่าไปยังเขตแดนของอิสราเอลและทำให้นักรบติดอาวุธเข้ามาในพื้นที่อื่นๆของดินแดนอิสราเอล ซึ่ง ประธานคณะเสนาธิการทหารอิสราเอลกำลังประเมินสถานการณ์และว่า ฮามาสจะเจอกับผลลัพธ์ตามมาและต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

รถยนตร์ถูกเพลิงไหม้หลังถูกจรวดตกใส่ในพื้นที่ทางใต้อิสราเอล เมื่อ 7 ต.ค. (เอเอฟพี)
กองกำลังไอดีเอฟขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รอบๆฉนวนกาซ่าอยู่แต่ในบ้าน ตลอดจนประกาศให้พลเรือนในพื้นที่ทางตอนใต้และภาคกลางอยู่ใกล้กับที่พักฉุกเฉินชั่วคราว
สำนักนายกรัฐมนตรีของนายเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลระบุว่า หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงเตรียมประชุม หลังจากเหตุจรวดโจมตี ทั้งนี้ ความขัดแย้งปะทุขึ้นหลังจากความรุนแรงเพิ่มขึ้นตลอดหลายเดือนในความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ และมีผู้เสียชีวิตหลายรายในเขตยึดครองเวตส์แบงก์ในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปี
…………….