วันที่ 14 ม.ค.เอเอฟพีรายงานว่า นายโมฮาเหม็ด โมอิสซู ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ระบุหลังเดินทางกลับจากการเยือนประเทศจีนชาติแรกหลังได้รับเลือกตั้งว่า มัลดีฟส์แม้จะเป็นประเทศเล็กแต่จะไม่ถูกบูลลี่หรือรังแก ภายหลังการเดินทางเยือนจีนและลงนามข้อตกลงกับจีนหลายฉบับ
ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่บาดหมางลึกยิ่งขึ้นกับอินเดียที่มองว่า มัลดีฟส์อยู่ในเขตอิทธิพลของอินเดีย แต่ขณะนี้ชาติหมู่เกาะที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวกลับเปลี่ยนไปอยู่ในวงโคจรของจีน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศรายใหญ่ที่สุด
ทั้งนี้ นายโมอิสซู ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากให้คำมั่นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับจีน
“เราไม่ใช่ประเทศที่อยู่ในสวนหลังบ้านของประเทศอื่น เราเป็นชาติที่มีเอกราช” นายโมอิสซู ประธานาธิบดีมัลดีฟส์กล่าวหลังเดินทางกลับถึงบ้านเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น และว่า “เราอาจจะเป็นชาติที่เล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่านั่นจะเป็นใบอนุญาตให้มารังแก กลั่นแกล้งเรา”
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีมัลดีฟส์ปฏิเสธว่ากำลังหาทางสร้างสมดุลในภูมิภาคใหม่โดยการนำกองกำลังทหารจีนเข้ามาในประเทศแทนที่กองกำลังทหารอินเดีย
ทริปเยือนจีนของประธานาธิบดีมัลดีฟส์ในสัปดาห์นี้นับเป็นทริปการเยือนต่างประเทศครั้งแรกหลังได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี และสองฝ่ายออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ร่วมลงนามข้อตกลงในหลายสาขา ได้แก่ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน การดูแลสุขภาพและการรักษาทางการแพทย์ การพัฒนาวิถีชีวิตของประชาชน แหล่งพลังงานใหม่ การคุ้มครองการเกษตรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ด้านทำเนียบประธานาธิบดีมัลดีฟส์ระบุว่า ความสัมพันธ์จีน-มัลดีฟส์ที่ยืนนานถูกสร้างขึ้นบนแบบอย่างของการเคารพกันและกัน
ความตึงเครียดระหว่างมัลดีฟส์และอินเดียปะทุขึ้น หลังจากมีรายงานว่า รัฐมนตรีอายุน้อย 3 คนในรัฐบาลของนายโมอิสซูโพสต์โซเชียลมีเดียเรียกนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียว่า ตัวตลกและผู้ก่อการร้าย เมื่อต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา แต่ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกลบออกไป
ดาราบอลลีวู้ดจำนวนหนึ่งตอบสนองโดยการเรียกร้องให้บอยคอตประเทศมัลดีฟส์และไปท่องเที่ยววันหยุดในปลายทางอื่นๆที่อยู่ใกล้บ้านแทน
ทั้งนี้ การท่องเที่ยวสร้างรายได้คิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจมัลดีฟส์ โดยชาวอินเดียเป็นชาวต่างชาติที่มาเที่ยวมัลดีฟส์เป็นอันดับ 1
นอกจากนี้ นายโมอิสซู ผู้นำมัลดีฟส์ระบุว่า จะตัดการพึ่งพาอินเดียในด้านการดูแลสุขภาพและการแพทย์ด้วย โดยเพิ่มรายชื่อประเทศที่พลเรือนมัลดีฟส์สามารถเดินทางไปรักษาได้ โดยรัฐบาลจ่ายค่ารักษาให้ ซึ่งส่วนใหญ่พลเมืองที่ได้รับสิทธิ์รักษาดังกล่าว ปัจจุบันเข้ารับการรักษาในอินเดีย นอกจากนี้ ชาวมัลดีฟส์ที่เข้าเกณฑ์รักษาในศรีลังกาและไทยด้วย แต่ในจำนวนน้อย