อียูแนะทางออกศึกกาซ่า ฟื้นแผนสถาปนา2รัฐ-ชี้ยิวล้างฮามาสส่อเหลว
อียูแนะทางออกศึกกาซ่า – วันที่ 22 ม.ค. รอยเตอร์รายงานว่า นายโจเซป บอร์เรลล์ ประธานฝ่ายนโยบายการต่างประเทศแห่งสหภาพยุโรป หรืออียู แนะอิสราเอลร่วมเวทีเจรจายุติสงครามฉนวนกาซ่า หลังนายบอร์เรลล์ มองว่าแผนกวาดล้างกลุ่มนักรบฮามาสของอิสราเอลนั้นไม่ได้ผล
ข้อเสนอแนะของนายบอร์เรลล์เกิดขึ้นภายในการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของอียู พร้อมเลขาธิการของกลุ่มชาติอ่าวอาหรับ ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ และจอร์แดน รวมถึงอิสราเอล ซึ่งมีประเด็นหารือหลักถึงการโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค. 2566 และผลลัพธ์ที่ตามมา
ท่าทีของประธานฝ่ายนโยบายการต่างประเทศอียูยังเกิดขึ้นหลังนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ว่าจะไม่ยอมให้ชาวปาเลสไตน์มีอำนาจปกครองตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จเพราะจะเป็นภัยต่ออิสราเอล
นายบอร์เรลล์ มองว่า แผนการกวาดล้างกลุ่มนักรบฮามาสของอิสราเอลนั้นไม่ได้ผล โดยอียูจะต้องรื้อฟื้นหนทางแก้ปัญหาตามแผน “สถาปนา2รัฐ” (two-state solution) เดิมที่เคยมีในอดีต แม้ทางการอิสราเอลจะยืนยันแบบหัวชนฝาว่าไม่ยินยอมก็ตาม
ขณะที่นายเนทันยาฮู ระบุว่า อิสราเอลจะยังคงมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงไว้ในทั้งพื้นที่ยึดครองเวสต์แบงค์และฉนวนกาซ่าเมื่อสงครามจบสิ้นลง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่ตอนใต้ของฉนวนกาซ่าซึ่งเต็มไปด้วยผู้อพยพหนีตายจากตอนเหนือ โดยยอดผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายรวมแล้วกว่า 26,000 ราย ในจำนวนนี้ เป็นชาวปาเลสไตน์กว่า 25,000 ราย เป็นผู้หญิงและเด็กถึงร้อยละ 70
“ทางออกของอิสราเอลคืออะไร ให้ชาวปาเลสไตน์หนีออกไปจากกาซ่าทั้งหมด หรือจะต้องให้ตายให้หมดเลยมั้ย วิธีการที่อิสราเอลกำลังใช้เพื่อไล่ล่ากวาดล้างนักรบฮามาสมันไม่ใช่วิธีการที่สมควร เพราะเป็นการสานต่อความเกลียดชังให้อยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน” นายบอร์เรลล์ ระบุ
ด้านนายอิสราเอล คัตส์ รมว.ต่างประเทศอิสรเอล ที่ปรากฏตัวในเวทีคู่ขนาน เข้าร่วมประชุมกับฝ่ายซาอุดีอาระเบีย ระบุว่า เดินทางมาหารือกับซาอุฯ เฉพาะประเด็นการช่วยเหลือตัวประกัน และยืนยันว่าอิสราเอลจะกวาดล้างฮามาสและสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นให้จงได้
แหล่งข่าวจากแวดวงนักการทูตอียู เปิดเผยว่า ทางการอิสราเอลนั้นไม่แม้แต่จะเปิดหนทางความเป็นไปได้ของการรื้อฟื้นแผนสถาปนา2รัฐ โดยแผนดังกล่าวเป็นจุดยืนของทางการสหรัฐอเมริกาและประชาคมโลกส่วนใหญ่เสมอมา
ส่วนฝ่ายปาเลสไตน์นั้นแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ได้แก่ รัฐบาลปาเลสไตน์ หรือพีเอ ที่ปกครองบางส่วนของเขตเวสต์แบงค์ กับกลุ่มฮามาสที่ปกครองฉนวนกาซ่า ซึ่งมีกองกำลังติดอาวุธหัวรุนแรงและมีเป้าหมายสูงสุดเป็นการทำลายล้างอิสราเอลให้สูญสิ้นไปจากผืนโลกบริเวณปัจจุบัน
นางอันนาเลนา แบร์บ็อค รมว.ต่างประเทศเยอรมัน ระบุด้วยว่า กลุ่มชาติที่ไม่เห็นด้วยกับแผนสถาปนา2รัฐ ยังคงไม่มีชาติใดเสนอทางออกอื่นเป็นทางเลือกอื่นเข้ามา
เอ็นบีซีนิวส์ ระบุว่า แผนสถาปนา2รัฐ เป็นการก่อตั้งรัฐเอกราชขึ้น 2 ประเทศ ได้แก่ อิสราเอลและปาเลสไตน์อยู่เคียงข้างกัน โดยเป็นข้อเสนอที่เกิดจากมติของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ตั้งแต่ปี 2490
โดยอิสราเอลยอมรับแผนข้างต้นตามด้วยการประกาศเอกราช แต่ชาวปาเลสไตน์และชาติอาหรับยอมรับไม่ได้ นำมาซึ่งสงครามที่รู้จักกันในชื่อว่า “ศึกสถาปนาชาติ” ในหมู่ชาวอิสราเอล เมื่อปี 2491 โดยอิสราเอลเป็นฝ่ายกำชัยเหนือกองทัพของเหล่าชาติอาหรับ (ไม่ใช่สงคราม6วัน) นำมาสู่ความรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายที่ตอบโต้กันไปมาและสงครามอีกหลายครั้ง
ความพยายามแก้ไขความขัดแย้งครั้งใหญ่เกิดขึ้นต่อมาในปี 2536 หลังสหรัฐฯ ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน เรียกว่า ข้อตกลงสันติภาพออสโล (Oslo Peace Accords)
ทว่า นายยิตส์ฮัก ราบิน นายกฯอิสราเอล ถูกพลเมืองชาวอิสราเอลที่ไม่เห็นด้วยลอบสังหารเสียก่อนลงนาม จากนั้นอิสราเอลก็เข้าสู่ยุคของนายเนทันยาฮู ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายขวาจัดในอิสราเอล ไล่เลี่ยกับการที่กลุ่มฮามาสขึ้นสู่อำนาจในกาซ่า นำมาสู่การปะทะและการปิดล้อมกาซ่าของอิสราเอล