ลูกค้าสาวโวยเดือดร้านบุฟเฟ่ต์ดัง สั่งเนื้อวัวได้เนื้อหมู ซ้ำโดนเหยียดนำเกลือมาวาง คล้ายไล่ผี เจ้าของร้านโร่แจงทำทัวร์ลงกว่าเดิม

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเรื่องราวที่กำลังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียลในเวียดนาม กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมารีวิวประสบการณ์แย่ๆ ที่ร้านบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่ง หลังสั่งเนื้อวัวแต่กลับได้เนื้อหมู แจ้งพนักงานกลับโดนเหยียดใส่ แถมเอาเกลือมาวางหน้าร้าน เป็นความเชื่อไล่ผี เจ้าของร้านรีบแจง กลับทำทัวร์ลงกว่าเดิม

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า นางสาวเอ็ม(นามสมมติ) โพสต์ลงในเฟซบุ๊กกลุ่มรีวิวอาหารว่า เธอกับเพื่อนไปกินบุฟเฟ่ต์ที่ร้านปิ้งย่างในกรุงฮานอยแห่งหนึ่ง ในเซตสามารถสั่งเนื้อได้ทุกประเภท คิดราคาหัวละ 339,000 ดองหรือราว 490 บาท แต่เนื่องจากเธอไม่ชอบกินหมู จึงสั่งมาแค่เนื้อวัวเท่านั้น

ภาพประกอบ

แต่หลังพนักงานเสิร์ฟเนื้อสัตว์ได้ 2 จาน เธอกลับสังเกตเห็นว่ามีเนื้อที่ดูไม่เหมือนเนื้อวัวอยู่ด้วย เมื่อสอบถามพนักงานก็ได้รับคำยืนยันว่าเป็นเนื้อหมู เธอจึงปฏิเสธไม่รับอาหาร เนื่องจากตัวเองไม่กินเนื้อหมู

ด้านพนักงานหญิงกลับแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจใส่ และยังบ่นว่า “ถ้าไม่กินคุณก็ต้องบอกตั้งแต่แรกสิ” และแม้นางสาวเอ็มจะอธิบายว่า ทางร้านไม่ได้แจ้งข้อมูลใดๆ ตอนสั่ง แต่พนักงานหญิงรายดังกล่าวก็ยังมีท่าทีไม่เหมาะสม มีแค่พนักงานชายที่ลุกขึ้นมาขอโทษและอธิบายกับลูกค้า

ภายหลังเธอกับเพื่อนจึงตัดสินใจที่จะไม่กินต่อ แต่ระหว่างที่พวกเธอกำลังจะออกนั้น กลับสังเกตเห็นพนักงานหญิงรายเดิม เดินถือชามที่ใส่เกลือออกมาวางหน้าร้าน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เหมือนกับเป็นการไล่ผี ทำให้เธอไม่พอใจอย่างมาก จึงได้นำเรื่องราวที่เจอมาแชร์บนโลกออนไลน์

ภาพประกอบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์ถึงพฤติกรรมพนักงานที่ปฏิบัติต่อลูกค้าไม่เหมาะสม จนในที่สุดก็เกิดกระแสโจมตีและคว่ำบาตรร้านดังกล่าว ทำให้เจ้าของร้านต้องออกมาโพสต์ชี้แจงในเวลาต่อมา

โดยเจ้าของร้าน ยอมรับว่าวันดังกล่าวมีความขัดแย้งเล็กน้อยเกิดขึ้นตอนที่ลูกค้าสั่งอาหาร เขาอ้างว่าเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงแบบที่นางสาวเอ็มเล่า และการที่พนักงานนำเกลือไปวางเพื่อไล่ผีนั้น ก็เป็นสิ่งที่ทางร้านจะต้องทำอยู่แล้ว ลูกค้าเข้าใจผิดไปเองว่าทางร้านตั้งเกลือไล่

ทั้งนี้ คำชี้แจงจากเจ้าของร้านกลับไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ชาวเน็ตได้อ่านคำอธิบายที่เขียนมายืดยาวของเขาแล้วก็ยิ่งเกิดความสับสน ไม่เข้าใจว่าจะสื่ออะไรกันแน่ ที่รับรู้มีแค่การปกป้องแฟน(พนักงานที่ก่อเรื่อง)

นอกจากนี้ ไม่รับฟังเสียงจากลูกค้า ในจุดหนึ่งยังดูเหมือนว่าเขาจะหงุดหงิดลูกค้าด้วยซ้ำ และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางร้านอีกรอบ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน