ช็อก ชายมีปัญหาด้านความจำ สแกนสมองเจอเข็มฝังนาน 20 ปี เผยต้นเหตุอุทาหรณ์ อยากรักษาโรคไมเกรน

เว็บไซต์ต่างประเทศ รายงานเคสช็อกสำหรับวงการแพทย์อีกครั้ง เมื่อผู้ป่วยชายชาวจีนอายุ 74 ปี มีปัญหาด้านความจำ คิดว่าเป็นโรคหลอดเลือดโป่งพอง แพทย์สแกนสมองพบเข็มความยาว 1.3 ซม. อยู่ในหลอดเลือดแดงสมองด้านหลังตาขวานานกว่า 20 ปี

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า ผู้ป่วยชายวัย 74 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในมณฑลเสฉวน จีน สแกนสมองพบเข็มสีทองความยาว 1.3 ซม. อยู่ในหลอดเลือดแดงสมองด้านหลังตาขวา ทำให้มีเลือดออกภายใน เป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านความจำและต้องไปพบแพทย์

ภาพประกอบ

โดยทางด้านครอบครัว กล่าวว่า เข็มดังกล่าวอาจฝังอยู่ในสมองของผู้ป่วยเป็นเวลานานถึง 20 ปี คาดว่าเข็มอาจหักระหว่างการฝังเข็ม เพื่อรักษาโรคไมเกรนแบบถาวร แล้วเคลื่อนเข้าไปในหลอดเลือดแดงหลังดวงตา

ทางการแพทย์วินิจฉัยให้ผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อเอาเข็มออก โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ผ่าตัด เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดแดงและโครงสร้างที่สำคัญ และแพทย์จะปิดหลอดเลือดที่แตก

อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดชายคนดังกล่าวฟื้นตัวได้ดี และสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจออกได้ในอีก 10 วันต่อมา จากนั้นเขาเกิดการติดเชื้อในปอดและเสียชีวิตในที่สุด

ภาพประกอบ

โดยแพทย์กล่าวว่า เขาเป็นโรคหลอดเลือดโป่งพองผิดปกติ (Pseudoaneurysm) มีเลือดไหลออกจากหลอดเลือดในสมอง แต่ถูกเนื้อเยื่อรอบๆ ยึดไว้กับที่ แตกต่างจากอาการโป่งพองที่แท้จริง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อผนังหลอดเลือดอ่อนตัวและบวมเนื่องจากการสะสมของเลือด

ทั้งนี้ ดร.เฉียง หลี่ ศัลยแพทย์ระบบประสาทที่ Southwest Medical University Hospital ให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงเคสดังกล่าวว่า ภาวะหลอดเลือดเทียมในกะโหลกศีรษะ ที่เกิดจากสิ่งแปลกปลอม เป็นสิ่งที่ท้าทายและหาได้ยาก และจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

กรณีดังกล่าวตอกย้ำถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาระดับความสงสัยในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บทางการแพทย์หรือการบาดเจ็บที่สมอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน