ศึกกาซ่าโดนทั้งคู่! ศาลอาญาฯโลกเล็งหมายจับทั้งผู้นำ’อิสราเอล-ฮามาส’
ศึกกาซ่าโดนทั้งคู่! – วันที่ 20 พ.ค. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี ที่นครเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เตรียมพิจารณาออกหมายจับบรรดาผู้นำและรัฐมนตรีบางคนของอิสราเอลรวมถึงกลุ่มฮามาสในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
(อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มของไอซีซี)
ความเคลื่อนไหวของไอซีซีเกิดขึ้นหลังอิสราเอลส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าสู่เมืองราฟาห์ เมืองสุดท้ายในฉนวนกาซ่า เพื่อกวาดล้างกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก ท่ามกลางเสียงทักท้วงของประชาคมโลก เนื่องจากปฏิบัติการของอิสราเอลส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 35,000 รายแล้ว
นายคาริม ข่าน อัยการสูงสุดของไอซีซี กล่าวว่า หมายจับที่ทางอัยการขอให้ศาลพิจารณานั้นเป็นหมายจับนายยาห์ยา ซินวาร์ ประมุขกลุ่มฮามาส (พำนักอยู่กาตาร์) ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ในข้อหาอาชญากรรมสงคราม
นายข่าน ระบุว่า ทางอัยการยังขอให้ศาลพิจารณาออกหมายจับนายโยอาฟ กัลแลนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล รวมถึงนายโมฮัมเหม็ด ไดอิบ อิบราฮิม อัล-มาซรี ผู้บัญชาการสูงสุดของกลุ่มติดอาวุธฮามาส หรืออัล คัสเซ็ม บริเกต และนายอิสมาอิล ฮานิยาห์ ผู้นำฝ่ายการเมืองของฮามาสด้วย
การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ไอซีซีพุ่งเป้าจัดการไปที่อิสราเอล ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้นายเนทันยาฮู จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งโดนหมายจับหลังส่งกองทัพบุกยูเครน
คำร้องของอัยการสูงสุดจะถูกพิจารณาโดยคณะผู้พิพากษาของไอซีซี โดยนายข่าน ระบุว่า ข้อหาของกลุ่มฮามาส อาทิ สังหารหมู่ ฆาตกรรม จับตัวประกัน ข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศระหว่างการควบคุมตัว
“ประชาคมโลกต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อ 7 ต.ค. 2566 ที่นักรบฮามาสลากผู้คนออกมาจากบ้าน หรือบุกเข้าไปฆ่าภายในบ้านอย่างไม่เลือกหน้า” และว่า “ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง”
ขณะที่กลุ่มฮามาสที่มีเป้าหมายสูงสุดเป็นความพินาศอย่างราบคาบของรัฐอิสราเอล เคยอธิบายถึงสาเหตุว่าเป็นการตอบโต้การกดขี่ชาวปาเลสไตน์และปิดล้อมกาซ่า ที่ทำให้มีชาวปาเลสไตน์ถูกเข่นฆ่ามาแล้วจำนวนมากด้วยน้ำมือของทางการอิสราเอล นับตั้งแต่ปี 2491
สืบเนื่องจากความขัดแย้งที่กินเวลามานานกว่าร้อยปี ของการสถาปนารัฐอิสราเอลบนดินแดนที่ชาวปาเลสไตน์อยู่อาศัย และความเคียดแค้นจากการถูกบีบบังคับและขับไล่ด้วยกำลังทหาร โดยปัญหาและผลพวงที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่ซับซ้อนที่สุดในโลก
อัยการไอซีซี กล่าวต่อว่า ข้อหาต่อนายเนทันยาฮูและบุคคลระดับสูงในรัฐบาลอิสราเอล อาทิ พยายามกวาดล้าง พยายามใช้ความหิวโหยเป็นเครื่องมือในสงคราม การสกัดขัดขวางความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และเจตนาพุ่งเป้าทำลายล้างพลเรือนในสงคราม
นายข่าน กล่าวย้ำว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย หากผู้ที่ถูกดำเนินคดีไม่เห็นด้วยก็สามารถเข้ามาชี้แจงคัดค้านต่อไอซีซีได้ตามกระบวนการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเคยแนะนำไปแล้ว
ทั้งนี้ อิสราเอลและสหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นชาติภาคีธรรมนูญกรุงโรม ทว่า ไอซีซีนั้นยืนยันว่ามีขอบเขตอำนาจครอบคลุมฉนวนกาซ่า เยรูซาเลมตะวันออก และเขตเวสต์แบงค์ หลังผู้นำรัฐบาลปาเลสไตน์ ตกลงที่จะยอมรับเขตอำนาจศาลตั้งแต่ปี 2558
ความเคลื่อนไหวของไอซีซีส่งผลให้เกิดปฏิกิรยาตอบโต้ทันควันจากทั้งทางการอิสราเอลและกลุ่มฮามาส โดยทางการอิสราเอลนั้นประณามไอซีซีว่ากำลังก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ และว่าไอซีซีนั้นมีจุดยืนเหยียดคนยิว ขณะที่ฮามาส ระบุว่า เป็นการนำ (พวกตน) ที่เป็นผู้ถูกกระทำไปรวมกลุ่มกับผู้กระทำ (อิสราเอล)
เอเอฟพี ระบุว่า ก่อนหน้านี้ สำนักอัยการสูงสุดของไอซีซียังออกมาเตือนถึงความพยายามข่มขู่หรือกดดันการทำงานของไอซีซี โดยเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องยุติการกระทำดังกล่าว เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าล่วงละเมิดศาล แม้ไม่ได้กระทำตามคำขู่ก็ตาม
ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงานว่า คำเตือนของสำนักอัยการสูงสุดไอซีซีเกิดขึ้นหลังมีกลุ่มวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงไอซีซี เตือนไม่ให้ไอซีซีออกหมายจับต่อบรรดาผู้นำระดับสูงในรัฐบาลอิสราเอล
ใจความของจดหมายเปิดผนึกฉบับดังกล่าวที่นำโดยนายทอม ค็อตตอน วุฒิสมาชิกรัฐอาร์คันซอ ระบุว่า “หากคุณเล่นงานอิสราเอล เราก็จะเล่นงานคุณ” และว่า “การออกหมายจับของไอซีซีถือว่าขาดมูลฐานทางข้อกฎหมายและไม่ชอบธรรม”
“หากไอซีซีเดินหน้าเรื่องดังกล่าว ผลลัพธ์ที่ตามมาจะเป็นมาตรการคว่ำบาตรทั้งต่อตัวบุคคลและสถาบันไอซีซีทั้งหมด” จดหมาย ระบุ

